
ประธานาธิบดีโจโกวี วีโดโด ของอินโดนีเซีย ได้ออกมาเปิดเผยว่า ทางการซาอุดีอารเบีย ได้เห็นชอบที่จะเพิ่มโควต้าจำนวนของผู้แสวงบุญให้กับชาวอินโดนีเซียแล้ว
การเห็นชอบดังกล่าวมขึ้นภายหลังจากที่ทางคณะทำงานของทั้งสองประเทศได้มีการหารือกันในช่วงการประชุม จี 20 ที่เมืองฮวงโฮ ประเทศจีน เมื่อวันที่ 4-5 กันยายน 2016 ที่ผ่านมา
“เราได้มีการหารือกับเจ้าชายโมฮัมหมัดแห่งซาอุดีอารเบียแล้ว ในช่วงการประชุม จี 20 ที่เมืองฮวงโฮ ประเทศจีน ที่ว่าเรามีความต้องการที่จะให้มีการเพิ่มจำนวนโควต้าของผู้แสวงบุญให้กับชาวอินโดนีเซีย ซึ่งท่านได้รับปากว่าจะอนุญาตให้มีการเพิ่มได้” ประธานาธิบดีอินโดนีเซียเปิดเผยกับผู้สื่อข่าว
นอกจากการร้องขอเพื่อให้มีการเพิ่มโควต้าจำนวนผู้แสวงบุญแล้ว ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ยังได้ร้องขอเพื่อให้เพิ่มจำนวนโควต้าผู้แสวงบุญให้กับประเทศต่างๆ เพื่อใหมีความเหมาะสมกับจำนวนประชากรของแต่ละประเทศ
“เรายังได้เรียกร้องเพิ่มเติมเพื่อให้มีการเพิ่มจำนวนผู้แสวงบุญให้กับบางประเทศที่ให้กับประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศสิงคโปร์ ประเทศญี่ปุ่น ที่ไม่มีการใช้สิทธิ์ ที่เราขอใช้สิทธิ์ดังกล่าวทั้งหมด” เขาเสริม
การตกลงร่วมกันในการเพิ่มจำนวนโควต้าให้กับชาวอินโดนีเซีย ตามแผนการณ์แล้วเขาจะมีการรายงานอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ในโอกาสที่กษัตริย์ซัลมาน มาเยือนอินโดนีเซียในอนาคตอันใกล้นี้

“ผลลัพธ์ไม่สามารถที่จะบอกกล่าวได้ ก่อนที่กษัตริย์ซัลมาน มาเยือนอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการ คงอาจมีการพูดถึงการเพิ่มจำนวนโควต้าให้กับผู้แสวงบุญชาวอินโดนีเซียที่อาจให้กับอินโดนีเซีย ที่ไม่มีการใช้สิทธิ์ของฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ซึ่งเราได้ยื่นเรื่องไปแล้ว” เขากล่าว
โควต้าผู้แสวงบุญฟิลิปปินส์
ความต้องการของประธานาธิบดีโจโกวี วีโดโด ของอินโดนีเซีย ได้มีการเรียนให้ทราบไปยังประธานาธิบดีผู้นำรัฐบาลฟิลิปปินส์โดยตรงแล้วเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี
“เมื่อวานในช่วงที่ได้พบกับประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เดอร์เตดู เราได้เรียนให้เขาทราบไปแล้ว (เขากล่าวว่า) ยินดี (ให้ใช้สิทธิ์โควต้าของฟิลิปปินส์ได้)” ประธานาธิบดีโจโกวี วีโดโด กล่าว
อย่างไรก็ตามประธานาธิบดีโจโกวี วีโดโด ได้ยืนยันว่า การเพิ่มจำนวนโควต้าของผู้แสวงบุญดังกล่าว จะมีการใช้ตามขั้นตอนและระเบียบที่ใช้โดยประเทศนั้นๆ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอื่นๆ ในภายหลัง
“ระเบียบการของเขาเราจะอนุญาตใช้ อย่าให้เป็นอย่างที่แล้วๆ มา ซึ่งที่ผ่านมามีการใช้หนังสือเดินทางปลอม ซึ่งสิ่งนี้เองที่เป็นสาเหตุที่เกิดความซับซ้อน” เขากล่าว

ก่อนหน้านี้ ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศาสนา ลุกมาน ฮากีม ซัยฟุดดีน ได้ออกมายอมรับว่า ได้มีการร้องขอไปยังรัฐบาลซาอุดีอารเบียหนึ่งปีก่อนหน้านั้น เพื่อให้มีการมอบโควต้าที่เหลือที่ไม่มีการใช้สิทธิ์ให้กับประเทศอินโดนีเซีย
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โควต้าของผู้แสวงบุญอินโดนีเซียที่มีจำนวน 168.000 คนในทุกๆ ปี ซึ่งทำให้ต้องรอคิวเป็นเวลานาน และเป็นเหตุให้มีการเดินทางไปแสวงบุญอย่างผิดกฏหมาย
เมื่อวันพุธ (7/9) ที่ผ่านมา ชาวอินโดนีเซียจำนวน 229 คน ที่ถูกจับกุมตัวที่เมืองเมกกะฮ์ ที่ตรวจพบว่าไม่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการ ในจำนวนนี้ มี 120 คน ที่ได้ใช้วีซ่าการทำอุมรอฮ เพื่อแฝงเข้ามาประกอบพิธีฮัจย์
จากนั้นเมื่อหลายสัปดาห์ก่อนหน้านี้ ชาวอนโดนีเซียจำนวน 177 คน ถูกตำรวจด่านตรวจคนเข้าเมืองของฟิลิปปินส์ถูกควบคุมตัวที่อยู่ระหว่างการเดินทางไปยังซาอุดีอารเบีย โดยการใช้หนังสือเดินทางสัญชาติฟิลิปปินส์


