การเข้ามาเกี่ยวข้องของกลุ่มผู้หญิงในอาชีพการบินและความสามารถในการทำการบินนับวันยิ่งมีจำนวนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับช่วงปี 1990 ที่ส่วนใหญ่จะทำหน้าที่โดยกลุ่มผู้ชาย
นักบินต้องมีความน่าเชื่อถือในสายอาชีพที่มีความท้าทายนี้ ที่พวกเขาจะถูกมองว่าเป็นบุคคลที่มีความกล้าหาญ มีประสบการณ์ และมีความมุ่งมั่นในด้านอาชีพที่เขาลงมือทำ
อาศัยความเชื่อมั่นที่มีต่อตัวเองที่เป็นต้นทุนความสามารถ ซึ่งทั้งสองนักบินหญิง นูรซารีนา ซุลกิฟลี 26 ปี และอีลีเซีย มุน 27 ปี เป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า ผู้หญิงก็สามารถทำได้ และเป็นการบันทึกประวัติศาสตร์ให้กับตนเองในฐานะกัปตันอีกด้วย
นูรซารีนา กล่าวว่า ความหวังที่จะเป็นนักบินของเธอนั้น มีมาตั้งแต่เด็ก อาจเป็นเพราะว่าเขาได้มีโอกาสออกไปทองเที่ยวต่างประเทศพร้อมกับครอบครัวอยู่บ่อยครั้ง
“ฉันรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งเมื่อได้ขึ้นเครื่องบิน รู้สึกแปลกใจว่า พวกเขาบังคับเครื่องบินกับความสามารถของพวกเขาได้อย่างไร และเธอยังเคยได้รับอนุญาติเข้าไปยังห้องบังคับเพื่อจะดูว่า พวกเขาบังคับเครื่องบินอย่างไรอีกด้วย และนับจากวันนั้น ความฝันใฝ่ที่จะเป็นนักบินนับวันเริ่มมีมากขึ้น”
“ความปรารถนานั้นเริ่มมีความฝันใฝ่มากยิ่งขึ้นเมื่ออยู่ในช่วงเรียนมัธยมปลาย ความฝันของฉันจะให้เป็นนักบิน ซึ่งที่ผ่านมาพวกกลุ่มผู้ชายเท่านั้นที่มีโอกาสในอาชีพนี้ หลังจากที่จบจากโรงเรียนการบินมาเลเซียที่เมืองมะละกา” เธอกล่าว

ต้องการลดการสบประมาท
จากผู้หญิงที่พื้นเพเป็นคนจากรัฐสลางอร์และเป็นบุตรคนที่สามจากทั้งหมดสี่พี่น้องคนนี้ ที่ต้องการที่จะลดการสบประมาทเกี่ยวกับกลุ่มผู้หญิงที่มีความอ่อนแอและล้มเหลว เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มผู้ชาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับอาชีพที่ต้องอาศัยความแข็งแกร่งและความท้าทายนี้
เธอเชื่อว่าความสามารถและข้อดีของผู้หญิงก็มีอยู่เช่นกันหากว่ามีพลังและกำลังใจ มีระเบียบวินัย มีความเชื่อมั่น มีความทุ่มเท และมีความมุ่งมั่น และความสามารถบนเส้นทางที่เขาเลือก
นูรซารีนา ได้เข้าสู่โรงเรียนการบินเมื่อปี 2010 ด้วยงบประมาณค่าเล่าเรียน 2.500 ริงกิตมาเลเซีย เพื่อเข้าสู่การอบรมเพื่อได้รับใบอนุญาตเป็นเวลา 18 เดือน และตอนนี้เขาจะทำการบินทั้งในและนอกประเทศ เช่น ประเทศไทย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย
“ความประทับใจที่สุดก็ช่วงที่ทำการบินไปยังเมืองเมดานของอินโดนีเซีย ซึ่งในเที่ยวบินดังกล่าวนั้น มีคุณแม่ของเธอโดยสารด้วย ซึ่งมันเป็นเรื่องบังเอิญด้วยซ้ำที่เป็นเที่ยวบินสุดท้าย”
“เป็นเวลากว่าหกปีที่เธออยู่กับสายการบินเฟอร์ลี่ ฉันได้บันทึกชั่วโมงบินเป็นเวลา 3.900 ชั่วโมง” เธอกล่าวพร้อมกับความตื่นเต้น

ประสบการณ์ที่แตกต่าง
ในขณะที่อีลีเซีย ที่ตอนนี้กำลังเป็นนักบินเป็นเวลาห้าปีแล้ว ได้กล่าวว่า ความตั้งใจที่จะเป็นนักบินแบบจริงจังก็ต่อเมื่อเขาจบจากสถาบันA-Level และประกอบกับครอบครัวของเธอได้เปิดกว้างและได้ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่
“ฉันไม่ชอบเลยที่จะทำงานออฟฟิศ ต้องการที่จะทำงานแบบที่มีความท้าทายมากกว่า เพราะการบังคับเครื่องบินนั้นมันเป็นประสบการณ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงอีกทั้งในฐานะที่เราเป็นผู้หญิงอีกด้วย”
“ปัจจุบันเริ่มมีผู้หญิงเข้ามาเกี่ยวข้องกับอาชีพนักบินที่สูงขึ้นในฐานะเป็นนักบิน กัปตันและลูกเรือิฉันมองว่าสาขานี้นับวันจะมีการแข่งขันที่สูง จำเป็นที่จะต้องทำให้ดี” เขากล่าวพร้อมกับยกสโลแกนของวันสตรีแห่งชาติว่า ผู้หญิงไม่มีวันล้าหลัง
โศกนาฏกรรมเครื่องบิน MH370 และ MH17 ไม่เคยบั่นท่อนความฝันใฝ่หรือสร้างความหวดกลัวแต่อย่างใด ตรงกันข้ามกลับเพิ่มความตั้งใจที่จะอาสาบริการให้กับผู้โดยสารไม่มีการแบ่งแยก ถึงแม้ว่าจะมีความท้าทายใดๆ เกิดขึ้นก็ตาม
“อย่างเช่น อย่างประเทศมาเลเซีย ที่ต้องรับมือกับฤดูมรสุมจำนวนสองครั้ง แต่ด้วยประสบการณ์ที่เรามี เราสามารถบังคับทพการบินได้อย่างมีประสิทธิภาพ” หญิงจากเมืองซัมบิลันกล่าว

ที่มา http://www.bharian.com.my/node/184895



