หน้าแรก ข่าวต่างประเทศ

ผู้นำศาสนาอิสลามในกรุงนิวยอร์กต่างกล่าวหา “ทรัมป์” กรณีการเสียชีวิตของอิหม่าม

คนมุสลิมในกรุงยอร์ก ได้รวมตัวกันที่สวนควีน ใกล้กับสถานที่เกิดเหตุลอบสังการอิหม่ามและผู้ช่วยเสียชีวิตที่กรุงนิวยอร์ก (ภาพ: AP/Craig Ruttle)

บรรดาผู้นำศาสนาอิสลามในกรุงนิวยอร์กได้กล่าวหา “กลุ่มต่อต้านชาวมุสลิม” ของผู้สมัครท้าชิงประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกานาย โดนัล ทรัมป์ เป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุสังหารอิหม่ามท่านหนึ่งพร้อมผู้ช่วยเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

มีการรวมตัวกันด้านนอกมัสยิดอัลฟุรกอน บรรดาผู้นำศาสนาอิสลามได้กล่าวหาว่า การปราศรัยปลุกระดมของนายโดนัล ทรัมป์ ถือเป็นสาเหตุของการสังหารท่านอิหม่ามเมาลานา อากอนจี และทารัม อุดดีน

เมาลานา อากอนจี เป็นอิหม่ามที่เมืองนิวยอร์ก และอุดดีน ที่ถูกลอบยิงจนเสียชีวิตหลังจากละหมาดดุฮรีเมื่อวันเสาร์ (13 สิงหาคม) ที่ผ่านมา ซึ่งใกล้กับมัสยิดดังกล่าว

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตถูกยิงบริเวณทางด้านหลังศรีษะ หลังจากที่พวกเขาได้เดินออกจากมัสยิดอัลฟุรกอน เหตุเกิดบริเวณสวนสาธารณควีนส์ ประมาณช่วงบ่ายสองตามเวลาท้องถิ่น

ทั้งสองรายได้เสียชีวิตลงทันทีหลังจากถูกลอบยิง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลได้เปิดเผย

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า ทางด้านตำรวจยังไม่ได้พบเบาะแสเกี่ยวกับเหตุการณ์สะเทือนขวัญนี้แต่อย่างใด และไม่มีเหตุผลพอที่จะบอกว่าเพราะผู้เสียชีวิตทั้งสองคนเป็นชาวมุสลิม และยังไม่มีการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยแต่อย่างใด

มัสยิดแห่งนี้มักจะมีแขกจากบังคลาเทศน์เข้ามาเยี่ยมเยือนเป็นประจำ

“นี่คือผลของความชั่วช้าของพวกมัน”

อิหม่ามโจโฮรี มาลิก ผู้บริหารผู้อำนวยการประจำศูนย์อิสลามดารุลฮิจเราะฮ์ที่อยู่ที่รัฐวีจีเนียทางตอนเหนือของสหรัฐ ได้กล่าวว่า “สำหรับคนที่เป็นผู้นำที่อยู่ในระดับสูงอย่างนายทรัมป์และสมุนของพวกเขา ตลอดจนสมาชิกจากกลุ่มต่างๆ ที่ได้นำเสนอภาพพจน์ของอิสลามและชาวมุสลิมไปในทางไม่ดี นี่แหละคือผลของมัน”

ประธานสถาบันการสื่อสารอิสลามของอเมริกาที่กรุงนิวยอร์ก ซีอาด รอมาฏอน ได้กล่าวว่า “ตอนนี้เรากำลังอยู่ในยุคของการช่วงชิงตำแหน่ง ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ใหญ่ที่สุด ที่อาจเป็นไปได้ว่าอาจเป็นบุคคลหนึ่งที่มีอำนาจมากที่สุดของโลกในอนาคต ที่ตอนนี้ได้ปลุกกระแสความเกลียดชังต่อชาวมุสลิมในประเทศของตน ต่อประชาชนของประเทศตนเอง”

“และสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ไม่สามารถรับได้ และโดยปกติแล้วคนปกติทั่วไปไม่สามารถที่จะเข้าถึงความหมายที่แอบแฝงในคำแถลงของเขาได้ ที่เขากลับมองว่าชาวมุสลิมทุกคน คือเป้าหมายของเขา ในขณะเดียวกันเขายังได้สร้างความบาดหมางให้กับชาวมุสลิมที่อยู่ในที่ต่างๆ ทั่วโลก ด้วยการะแสอิสลาโมโฟเบีย ด้วยการสร้างความเกลียดชังที่ตอนนี้กำลังเร่าร้อนอย่างกว้างขวาง”

“อาชญากรรมที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เกิดจากความเกลียดชังต่อมุสลิม”

เขากล่าวด้วยว่า ผู้ท้าชิงประธานาธิบดีเองที่ได้ปลุกระดมสร้างความเกลียดชังต่อชาวมุสลิม เพื่อเรียกร้องเสียงสนับสนุนทางด้านการเมืองของเขาเอง

อัฟฟาฮ นัสเซอร์ ผู้บริหารสถาบันการสื่อสารอิสลามของอเมริกาที่กรุงนิวยอร์กได้กล่าวว่า “ท่าน(โดนัล) ไม่จำเป็นต้องนับถือศาสนาอิสลาม ท่านไม่จำเป็นต้องมีศาสนา ท่านเพียงแค่มีหัวใจที่ปราศจากอคติก็พอ”

นัสเซอร์ ยังกล่าวด้วยว่า “พวกเราทุกๆ คน ต่างมีความรับผิดชอบด้วยกัน และไม่ใช่นะกการเมืองอย่างเดียวเท่านั้น”

เขายังกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า ความรับผิดชอบดังกล่าวยังเป็นความรับผิดชอบของคนหนึ่งคนใดที่มีอิทธิพลเช่นกัน รวมทั้งบุคคลที่สามารถมิอิทธิพลต่อคนส่วนรวมได้

“เมื่อใดก็ตามที่เราอยู่นิ่งเฉย เสมือนกับว่าว่าเราได้ปล่อยปะละเลยอาชญากรรมนั้นผ่านไป ด้วยเหตุนี้ที่ทำให้พวกเราได้มีส่วนร่วมในการรับผิดชอบนี้ และโปรดอย่างได้ลืมคนที่ได้สูญเสียและตกเป็นเหยื่อไป” นัสเซอร์ กล่าว

ที่มา http://berita.mediacorp.sg/mobilem/world/para-pemimpin-islam/3042102.html