หน้าแรก ข่าวต่างประเทศ

จีนปฏิเสธเรือตรวจการณ์ชายฝั่งมิได้รุกล้ำน่านน้ำอินโดนีเซีย

กระทรวงการต่างประเทศของจีนเปิดเผย การปรากฏของเรือตรวจการณ์ชายฝั่งของจีนดังกล่าว ก็เพื่อช่วยเหลือเรือประมงของจีนถูกเรืออินโดนีเซียโจมตี

BBC – กระทรวงการต่างประเทศของจีน ออกมาปฏิเสธเรือตรวจการณ์ชายฝั่งของจีนได้รุกล้ำเข้าในน่านน้ำของอินโดนีเซีย เรื่องนี้เกิดขึ้นภายหลังการออกมาแถลงของนางเรทโน มาร์ซูดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันจันทร์ (21/03) ที่ผ่านมา

นางฮั่ว ชุนหยิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนกล่าวว่า เรือประมงจีนได้ทำการจับปลาในบริเวณน่านน้ำเดิมที่เป็นที่แวะเวียนของชาวประมงจีน

“บริเวณที่คุณกล่าวหาคือบริเวณที่เกิดปัญหา ซึ่งเป็นพื้นที่ดั้งเดิมในการทำประมงของจีน และเรือประมงจีนในขณะนั้น กำลังดำเนินการจับปลาตามปกติในพื้นที่กล่าว” นางฮั่ว ชุนหยิงกล่าว ตามที่สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน

เกี่ยวกับการตรวจพบเรือตรวจการณ์ของจีนนั้น นางฮั่ว ชุนหยิง กล่าวว่าเรือดังกล่าวปรากฏตัวก็เพื่อให้ความคุ้มครองความปลอดภัยให้กับเรือชาวประมงของจีน

“เมื่อวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่าน เรือประมงของจีนถูกโจมตีจากเรือติดอาวุธของอินโดนีเซีย ซึ่งเรือตรวจการณ์ชายฝั่งดังกล่าวจึงเดินทางไปเพื่อให้ความคุ้มครอง โดยไม่ได้มีการรุกล้ำเข้าไปในน่านน้ำของอินโดนีเซียแต่อย่างใด และทางการจีนยังได้ร้องขอไปยังอินโดนีเซียโดยทันที เพื่อให้ปล่อยตัวชาวประมงของจีนที่ถูกควบคุมตัว และให้ความรับรองความปลอดภัยของพวกเขา” นางฮั่วกล่าว

จากนั้นเขาก็ย้ำว่าจีนและอินโดนีเซียไม่ได้มีความกังวลเกี่ยวกับอำนาจอธิปไตยของหมู่เกาะนาทูน่า และน่านน้ำรอบๆ บริเวณเกาะดังกล่าว

“อินโดนีเซียไม่ได้มีปัญหาเรื่องดินแดนที่เกี่ยวข้องกับจีน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาบริเวณหมู่เกาะสแปรตลี อำนาจอธิปไตยเหนือน่านน้ำนาทูน่าเป็นของอินโดนีเซีย  จีนไม่มีความกังวลในเรื่องนี้แต่อย่างใด เรายึดมั่นในการแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้งทางทะเลนี้ด้วยการเจรจาแบบทวิภาคี” นางฮั่วกล่าว

เรือลาดตระเวนของอินโดนีเซีย ได้จับเรือลำหนึ่งของจีนที่สงสัยว่า ได้ทำการประมงอย่างผิดกฎหมายในน่านน้ำนาทูน่า บริเวณของหมู่เกาะเรียว เมื่อวันเสาร์ (19/03) ที่ผ่านมา
เรือลาดตระเวนของอินโดนีเซีย ได้จับเรือลำหนึ่งของจีนที่สงสัยว่า ได้ทำการประมงอย่างผิดกฎหมายในน่านน้ำนาทูน่า บริเวณของหมู่เกาะเรียว เมื่อวันเสาร์ (19/03) ที่ผ่านมา

สามข้อผิดพลาด

ก่อนหน้านี้ นางเรทโน มาร์ซูดีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย  ได้เรียกอุปทูตของสถ​​านทูตจีนในกรุงจาการ์ตา ในขณะเดียวกันเป็นการยื่นจดหมายประท้วงต่อต้านการกระทำของเรือตรวจการณ์ชายฝั่งของจีนในน่านนำนาทูน่า เมื่อวันเสาร์ (19/3) ที่แล้ว

เนื้อหาของจดหมายเปิดผนึกดังกล่าว อย่างที่นายอัรมานาตาโฆษกกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย ได้ชี้แจงไปแล้วนั้น ที่เรือตรวจการณ์ชายฝั่งของจีนได้กระทำความผิดสามข้อด้วยกัน

ความผิดแรก เรือตรวจการณ์ชายฝั่งของจีน ได้ละเมิดอธิปไตยและเขตอำนาจของอินโดนีเซียในเขตเศรษฐกิจพิเศษ (Zona Ekonomi Eksklusif ; EEZ) และไหล่ทวีปของอินโดนีเซีย

นอกจากนี้เรือตรวจการณ์ชายฝั่งของจีน ยังได้ละเมิดข้อกฎหมายของอินโดนีเซียที่บังคับใช้โดยเจ้าหน้าที่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษและไหล่ทวีปของอินโดนีเซียอีกด้วย

และเมื่อเร็ว ๆ เรือตรวจการณ์ชายฝั่งของจีน ได้ละเมิดอำนาจอธิปไตยและอาณาเขตทางทะเลของอินโดนีเซีย

ข้อกล่าวหาการละเมิดกฎหมายของเรือตรวจการณ์ชายฝั่งของจีนในเขตอินโดนีเซียถูกเปิดเผย ภายหลังจากที่นางซูซีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรทางทะเลและการประมงอินโดนีเซีย ออกมาเปิดเผยกับสื่อมวลชนเมื่อวันอาทิตย์ (20/03)ที่ผ่านมา
ข้อกล่าวหาการละเมิดกฎหมายของเรือตรวจการณ์ชายฝั่งของจีนในเขตอินโดนีเซียถูกเปิดเผย ภายหลังจากที่นางซูซีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรทางทะเลและการประมงอินโดนีเซีย ออกมาเปิดเผยกับสื่อมวลชนเมื่อวันอาทิตย์ (20/03)ที่ผ่านมา

นางซูซีกล่าวว่า เรือลาดตระเวนชายฝั่งกระทรวงทรัพยากรทางทะเลและการประมงอินโดนีเซีย สามารถจับเรือประมงของจีน ที่ถูกสงสัยว่าทำการประมงอย่างผิดกฎหมายในน่านน้ำนาทูน่า บริเวณหมู่เกาะเรียวเมื่อวันเสาร์ (19/03) ที่แล้ว

แต่เมื่อเรือลาดตระเวนได้ทำการควบคุมเรือประมงจีนดังกล่าว ปรากฏมีเรือตรวจการณ์ชายฝั่งของจีนได้ทำการไล่ล่าและทำลายเรือประมงดังกล่าว “เพื่อให้เกิดความเสียหายจนไม่สามารถที่ลากออกไปได้” นางซูซีกล่าว

ความตึงเครียดระหว่างอินโดนีเซียและจีนเกี่ยวกับเรือประมงได้เกิดขึ้นมาหลายครั้ง

เมื่อเดือนมีนาคม 2013 มีการเผชิญหน้ากันระหว่างเรือจีนที่มีการติดตั้งอาวุธจำนวนหนึ่งกับเรือลาดตระเวนของอินโดนีเซีย และมีการเรียกร้องให้ทำการปล่อยตัวชาวประมงจีนที่ถูกจับกุมในน่านน้ำของหมู่เกาะนาทูน่า
จากนั้นเมื่อปี 2010 เรือลาดตระเวนของจีนได้เรียกร้องให้เรือลาดตระเวนอินโดนีเซียทำการปล่อยเรือประมงของจีนที่ถูกสงสัยว่าทำการจับปลาอย่างผิดกฎหมายอีกด้วย