หน้าแรก ข่าวในประเทศ ข่าวชายแดนใต้

นักวิชาการ เปิดพื้นที่กลาง เผยรัฐขาดความเข้าใจความจริงประวัติศาสตร์ “ปาตานี”

นักวิชาการชี้ประวัติศาสตร์ย้อนยุค อริยธรรม ความมั่งคั่ง ปัตตานี ที่เวทีการเปิดพื้นที่กลาง “ปาตานี” เผยรัฐขาดความเข้าใจในมิติความจริงของประวัติศาสตร์

เมื่อวานนี้ (20 ส.ค.) ที่ห้องประชุมโรงแรมอิมพีเรียล อ.เมือง จ.นราธิวาส ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรประชาสังคมนราธิวาส ได้จัดเวทีเสวนา การเปิดพื้นที่กลาง “ปาตานี” โดยมีวิทยากร ประกอบด้วย ศาสตราจารย์ ดร.ครองชัย หัตถา นักวิชาการ พล.ต.ต.จำรูญ เด่นอุดม ประธานมูลนิธิวัฒนธรรมอิสลามภาคใต้ เป็นผู้ให้ความรู้ ทังนี้ มีองค์กรสมาคมสื่อมวลชน จ.ชายแดนภาคใต้ กลุ่มชาวไทยพุทธ เยาวชนรักสันติ กลุ่มรักแผ่นดินเกิด กลุ่มสตรี นักศาสนา นักการเมือง และภาคประชาสังคมกว่า 40 องค์กรเข้าร่วม

ศ.ดร.ครองชัย หัตถา นักวิชาการ เป็นอาจารย์ประจำภาควิชาภูมิศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.อ.ปัตตานี และทำงานอยู่ในพื้นที่นี้มานานกว่า 30 ปีแล้ว ความสนใจใคร่รู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ท้องถิ่นทำให้เกิดแรงขับดันที่ผลิดอกออกผลเป็นงานวิจัย และหนังสือที่ชื่อ “อาณาจักรลังกาสุกะ ประวัติศาสตร์ยุคต้นของคนชายแดนใต้” ซึ่งช่วยฉายภาพให้สังคมไทยได้เรียนรู้ และเข้าใจดินแดนปลายด้ามขวานแห่งนี้มากยิ่งขึ้น และงานวิจัยชิ้นนี้ได้นำมาซึ่งตำแหน่งศาสตราจารย์ในมหาวิทยาลัย ตำแหน่งสูงสุดในทางวิชาการ ที่หลายฝ่ายกำลังให้ความสนใจว่าอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยเติมไฟขัดแย้งที่ชายแดนใต้

ศ.ดร.ครองชัย กล่าวว่า ลังกาสุกะ หรือปัตตานี ย้อนรอยกว่า 1,500 ปี ในคาบมลายู ประวัติศาสตร์ชาวมลายู อารยธรรมศาสนา งานประวัติศาสตร์ชิ้นแรก ชื่อหนังสือ อาณาจักรลังกาสุกะ ประวัติศาสตร์ลังกาสุกะนั้น ผมพบว่า เป็นอาณาจักรโบราณก่อนศรีวิชัยตั้งขึ้น โดยคนพื้นเมืองที่นี่ ไม่ได้เป็นอาณาจักรมาจากที่อื่นเลย แต่ประวัติศาสตร์ไม่ค่อยได้พูดถึง แถมพบร่องรอยหลักฐานที่อยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปถึงมาเลเซียมากมาย ท่านอาจารย์จำรูญ เด่นอุดม (พล.ต.ต.จำรูญ เด่นอุดม ประธานมูลนิธิวัฒนธรรมอิสลามภาคใต้) แปลงานจากเรื่องเล่าปัตตานี ก็มีการพูดถึงอาณาจักรดั้งเดิมคือลังกาสุกะ พูดถึงควนลือฆอ (นครศรีธรรมราช)

เพราะฉะนั้น จากองค์ความรู้เหล่านี้ทำให้ผมค้นคว้าติดตามในเชิงพัฒนาการ ก็พบว่า ลังกาสุกะเป็นอาณาจักรยุคต้นของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก่อนจะมาเป็นศรีวิชัย, รัฐปัตตานี, 7 หัวเมืองปัตตานี และมณฑลปัตตานี จากงานวิจัยเรื่องปัตตานี การค้า การเมือง และการปกครองในอดีต ซึ่งผมปรับปรุงมาเป็น “ปัตตานี : พัฒนาการทางภูมิศาสตร์” ข้อมูลที่ปรากฏในแผนที่แสดงเอเชียทั้งหมดจะมีเมืองต่างๆ ที่บริษัทอีสต์เอเชียติกของฮอลันดาเข้ามาค้าขาย เป็นการค้าระดับนานาชาติ

พบว่า ปัตตานีเป็นเมืองเก่าแก่ที่สุดที่ฮอลันดาเข้ามาเชื่อมสัมพันธไมตรีและทำการค้า โดยตั้งสถานีการค้าแห่งแรกที่ปัตตานี คือ เมืองกรือเซะ นั่นคือ ค.ศ.1601 ซึ่งเพิ่งครบ 400 ปี ไปเมื่อ ค.ศ.2001 (พ.ศ.2544) ถัดจากนั้น 40 ปี (ค.ศ.1641) ก็ไปตั้งที่มะลากา ตัวเลขเหล่านี้กำลังจะบอกว่าฮอลันดาเพิ่งให้ความสนใจมะละการาว 40 ปี หลังจากเข้ามาติดต่อกับปัตตานี ขณะที่อยุธยามีการเชื่อมสัมพันธไมตรีในปี ค.ศ.1604 นั่นก็คือ ฮอลันดาอยู่ปัตตานีก่อน แล้วก็ค่อยไปติดต่อค้าขายกับอยุธยา

เพราะฉะนั้น เมื่อถึงปี ค.ศ.2001 ครบ 400 ปี ตรงกับ พ.ศ.2544 ทางฮอลันดา (ฮอลแลนด์ หรือเนเธอร์แลนด์) ได้ส่งคณะผู้แทนมาประสานเพื่อจัดงานเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ 400 ปี โดยเลือกปัตตานีเป็นแห่งแรก ซึ่งทางฮอลันดา และฝ่ายไทย (หมายถึงรัฐไทยปัจจุบันที่มีปัตตานีเป็นส่วนหนึ่งของประเทศแล้ว) ต่างก็มีเอกสารเก่าตรงกัน การจะจัดที่ไหนผมว่าไม่สำคัญ แต่ให้เอ่ยถึงว่านี่คือปีแรกที่เขามาเหยียบแผ่นดินประเทศไทย สมัยนั้นคือ ปัตตานี แต่ทางการไทยไม่สนใจ เพิ่งจะมาจัดเฉลิมฉลองเมื่อปี 2547 ซึ่งเป็นปีที่ฮอลันดาเพิ่งติดต่อกับอยุธยาก็คือ ปี ค.ศ.1604 ทั้งที่เขามาติดต่อกับปัตตานีก่อนอยุธยาถึง 3 ปี

สรุปก็คือ แทนที่รัฐบาลจะยึดเอาความเป็นจริงทางประวัติศาสตร์ก็คือ ปีแรกที่มาติดต่อกับปัตตานี กลับกลายไปเลือกปีที่ติดต่อกับอยุธยา ฉะนั้นปัญหาทางประวัติศาสตร์มันมีแน่นอน คือ ทำไมไม่ใช้ความเป็นจริงเพื่อแก้ปัญหาความไม่สงบ ความรุนแรงในพื้นที่ จ.ชายแดนภาคใต้ที่เกิดขึ้น

พล.ต.ต.จำรูญ เด่นอุดม หรือผู้ใช้นามปากกาในงานเขียนว่า ตนกูอารีฟีน บินจิ อดีตนายตำรวจผู้มีบทบาทในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในฐานะประธานมูลนิธิวัฒนธรรมอิสลามภาคใต้ กล่าวว่า เสียดายการจัดเวทีในครั้งนี้ ทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่ไม่เข้าฟัง ทั้งที่เกี่ยวข้องต่อการแก้ปัญหา ตราบใดที่ไม่ฟังไม่รับรู้ประวัติศาสตร์ที่ถูกต้อง การแก้ปัญหาในพื้นที่ จ.ชายแดนภาคใต้ ก็ยากยิ่งต่อการแก้ปัญหา และจะคงขัดแย้งในเรื่องประวัติศาสตร์ที่ไม่ยอมรับกัน

นายนัจมุดดีน อูมา อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร จ.นราธิวาส กล่าวว่า หลังจากมีนักศึกษาและบางองค์กรได้นำชื่อจากปัตตานีใช้คำว่า “ปาตานี” ทำให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงจับตามองและนำมาผูกในเรื่องราวอ้างความมั่นคง ความจริงอย่างสร้างความเข้าใจว่า เชียงใหม่ เรียกว่า ล้านนา อยุธยา เรียกว่า อโยธยา ในประวัติศาสตร์ และปัตตานี คนพื้นที่จะเรียกว่า ปาตานี ในประวัติศาสตร์ จึงไม่ได้มีอะไรซ่อนเร้น หรือมีนัยแอบแฝงอะไร แต่เป็นการรักษาเชิงอัตลักษณ์ในพื้นที่

ดังนั้น การจัดเวทีพื้นที่กลาง ปาตานี เป็นการรับฟังกลุ่มผู้เห็นต่าง ภาคประชาสังคมที่เห็นต่างจากรัฐ การเชิญนักวิชาการ เพื่อความเป็นกลาง ที่จะรวบรวมความเป็นกลางให้สร้างความเข้าใจในประวัติศาสตร์ ปาตานี ดังนั้น เจ้าหน้าที่ความมั่นคง หรือรัฐบาลควรเปลี่ยนมุมมอง อย่ามองในมิติแต่การแบ่งแยกดินแดน แต่ควรมองในมิติประวัติที่ถูกต้องไม่บิดเบือนประวัติศาสตร์ และยอมรับความจริง ทั้งรัฐ และประชาชนจึงจะนำสู่การแก้ปัญหา จ.ชายแดนภาคใต้ และพื้นที่เกิดความสันติสุข สันติภาพอย่างมั่นคงได้

ที่มา: http://www.manager.co.th