หน้าแรก ข่าวในประเทศ ข่าวชายแดนใต้

แห่ให้กำลังใจ “ยีแอท่าน้ำ” อย่างไม่ขาดสาย หลังถูกทางการมาเลเซียควบคุมตัวนาน 26 วัน

แห่ให้กำลังใจ “ยีแอท่าน้ำ” อย่างไม่ขาดสาย หลังถูกทางการมาเลเซียควบคุมตัวนาน 26 วัน โดยปราศจากข้อกล่าวหา สร้างความดีใจให้แก่คนในครอบครัวเป็นอย่างมาก พร้อมกล่าวขอบคุณรัฐบาลไทยที่คอยให้ความช่วยเหลือในครั้งนี้

เมื่อวานนี้ (17 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่บ้านของนายสะมาแอ สะอะ หรือยีแอท่าน้ำ บริเวณ ม.2 บ้านท่าน้ำ ต.ท่าน้ำ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ได้มีญาติ และเพื่อนบ้าน รวมทั้งมิตรสหายได้เดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจต่อ นายมะแอ สะอะ หรือยีแอท่าน้ำ หลังจากที่ถูกทางการมาเลเซียควบคุมตัว เมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 มิถุนายน 2560 นานถึง 26 วัน เพื่อเข้าสู่กระบวนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเลเซีย

ล่าสุด พ.อ.สมคิด คงแข็ง ผบ.ฉก.ทพ.42 ได้เดินทางมาพบ นายมะแอ สะอะ หรือยีแอท่าน้ำ เพื่อเยี่ยมเยียนให้กำลังใจ ภายหลังทราบข่าวได้กลับมาถึงบ้านที่ท่าน้ำ หลังจากที่ถูกตำรวจมาเลเซียควบคุมตัวเข้าสู่กระบวนสอบสวน ทั้งนี้ เพื่อมาพูดคุยถามทุกข์สุข และสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่ามีที่มาอย่างไร

นายมะแอ สะอะ หรือยีแอท่าน้ำ ได้เล่านาทีเหตุที่เกิดขึ้นว่า เมื่อช่วงเวลาดังกล่าว เวลาประมาณบ่าย 2 โมง ในเวลาท้องถิ่น หรือเวลาบ่ายโมงของไทย ขณะที่กำลังนั่งอยู่ภายในร้านอาหารศรีเอมเพียน (Sri Impian) ตั้งอยู่ที่ถนนไทปิง-กัวลากังซาร์ อ.กัวลากังซาร์ รัฐเปรัก ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นร้านของครอบครัว ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยพิเศษดือรายา บูเก็ตอาร์มี อาวุธครบมือจำนวนหลายสิบคน เข้ามาแล้วแสดงการจับกุม และขอเข้าตรวจค้นอาวุธปืนภายในร้านดังกล่าว โดยอ้างว่า ภายในร้านมีอาวุธปืน ซึ่งผลจากการตรวจค้นนาน 2 ชั่วโมง ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย และอาวุธปืนแต่อย่างใด

หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวสวมกุญแจมือไขว้หลัง พาไปยังสำนักงานตำรวจบาลิน รัฐเกดะห์ ประเทศมาเลเซีย เพื่อสอบสวนภายในเวลา 7 วัน เมื่อครบ 7 วัน ได้ดำเนินการขออนุญาตศาลขอฝากขังต่ออีก 7 วัน ในระหว่างควบคุมตัวได้สอบถามกรณีสงสัยความสัมพันธ์กับ นายซานุซี ลูกชายเปาะมะสุไหงบาตู อดีตแกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็น (BRN) ที่เสียชีวิตจากเหตุปะทะกับเจ้าหน้าที่ในระหว่างการจับกุม

ยีแอท่าน้ำ จึงให้การว่า เคยพบเพียงครั้งเดียวโดยบังเอิญ เพราะ นายซานุซี ขอเข้าพบเพื่อให้ช่วยติดต่อกับทางการไทย ว่า เขากับพวก 3 คน ได้แก่ ไบดีละห์ และอาบัส จะขอมอบตัวต่อทางการไทย เพราะทนต่อความลำบากที่ต้องเร่ร่อนหนีการจับคุม แต่ยีแอท่าน้ำ ได้ตอบ นายซานุซี ว่า ตนไม่ได้ทำหน้าที่ตรงนั้น และไม่เคยพาใครมามอบตัวแม้แต่รายเดียว นอกจากนั้น นายซานุซี ยังเสนอให้ตนเป็นตัวแทนของกลุ่มเข้าร่วมกับมาราฯ แต่ตนตอบว่าไม่เป็นตัวแทนให้ใครทั้งนั้น หลังจากนั้น ก็ไม่ได้พบ และติดต่อกันอีกเลย

จากนั้นเมื่อครบ 14 วัน เจ้าหน้าที่ตำรวจมาเลเซีย จึงนำตัวไปที่สลางอปือตาลิงจายา PETALINGJAYA ในระหว่างควบคุมตัวที่นี่ ตำรวจมาเลเซียได้ถามถึงกรณีการหายตัวของนักบวชคริสเตียน หรือบัดรี ว่า เคยรู้เรื่องการหายตัวของนักบวช หรือบัดรีคริสเตียนหรือไม่ ตนจึงตอบว่าไม่เคยได้ยินมาก่อน จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงพาเข้าห้องชี้ตัว โดยมีคนหลายเชื้อสายยืนเรียงยาวภายในห้อง เพื่อให้คนเหล่านั้นชี้ตัว ถ้ายีแอท่าน้ำ เหมือนกับผู้ต้องหา คนเหล่านั้นคนใดคนหนึ่งก็จะชี้ตัวทันที แต่คนเหล่านั้นไม่ได้ชี้แต่อย่างใด จนจบสิ้นกระบวนความของการตรวจเช็ก หรือสกรีนตัวนายมะแอ สะอะ หรือยีแอท่าน้ำ

นายมะแอ สะอะ หรือยีแอท่าน้ำ ได้กล่าวคำขอบคุณทางรัฐบาลไทย โดยสถานทูตไทย ผู้บัญชาการทหารบก และเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ได้ผสานคอยให้ความช่วยเหลือด้วยดีมาโดยตลอด ในระหว่างที่ถูกควบคุมตัว จนเสร็จสิ้นกระบวนความ นอกจากนั้น ยังฝากขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ห้องขังมาเลเชีย ที่คอยอำนวยความสะดวก และดูแลในระหว่างที่ถูกควบคุมตัวด้วยดี

ส่วนข่าวสารที่สื่อบางสำนักได้นำเสนอมาแล้วก่อนหน้านี้ ที่อ้างว่ามีความเกี่ยวพันกับสิ่งผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องต่อยาเสพติด และอาวุธสงคราม หรือกล่าวหาว่ามีความเชื่อมโยงต่อกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ ล้วนแต่ไม่เป็นความจริง และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเลเซียเอง ก็ไม่ได้สงสัยในประเด็นดังกล่าวแต่อย่างใด จึงทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของตัวเอง และยังส่งผลต่อครอบครัวอีกด้วย จึงอยากให้สื่อดังกล่าวควรแสดงความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการกล่าวหาที่ไม่มีมูลความจริง และมันไม่ได้ตลกอะไรเลย แล้วจรรยาบรรณสื่อยังเหลืออยู่อีกหรือไม่

ที่มา: http://www.manager.co.th