หน้าแรก ข่าวต่างประเทศ

ความปวดร้าวซ้ำซ้อนของชาวโรฮิงญา เมื่อถูกบังคับให้เปลี่ยนศาสนาเพื่อแลกกับการรักษาชีวิต

ความรุนแรงที่ปะทุขึ้นนั้น ทำให้ชาวโรฮิงญาจำเป็นที่จะต้องหลบหนีหลบซ่อนตัวกลางป่าหรืออพยพหนีเพื่อเอาตัวรอดไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซีย และ ไทย

สำหรับพี่น้องชาวโรฮิงญานอกจากที่ถูกอธรรมและถูกทรมานอย่างโหดร้ายแล้ว ชาวโรฮิงญายังคงตกอยู่ในความโชคร้ายซ้ำซ้อนเข้าไปอีก เมื่อพบว่าบางคนในหมู่พวกเขานั้น ถูกบังคับเพื่อให้เปลี่ยนศาสนาหรือให้ออกจากการเป็นมุสลิม(ออกจากศาสนาอิสลาม) เพื่อเป็นการตอบแทน แทนการถูกจับกุมและถูกทรมานโดยเจ้าหน้าที่ทหารพม่า

นั่นคือเรื่องราวที่เกิดขึ้นชาวโรฮิงญาที่ไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อใด ที่เสมือนไม่มีใครเหลียวมองแต่อย่างใด

นายซีราซุลอิสลาม ฮามิด ฮูเซ็น 30 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งคนที่ยังคงฝังใจกับความโหดร้ายของรัฐบาลพม่า ซึ่งเขาเล่าว่า เคยถูกทหารพม่าข่มขู่ด้วยอาวุธปืนจ่อที่หัวของเขา

ซึ่งในช่วงนั้น สมาชิกในครอบครัวทั้งหมดของเขาถูกบังคับให้เปลี่ยนศาสนา เพื่อแลกกับความเป็นอยู่ที่ดีและปลอดภัยกว่า ความรุนแรงดังกล่าวทำให้ยิ่งรู้สึกอยากจะหลบหนีไปยังประเทศมาเลเซีย

“ต้องเปลี่ยนศาสนา แต่เราไม่มีวันเปลี่ยนศาสนาอย่างแน่นอนถึงแม้ว่าพวกเขาจะทำการทารุณกรรมต่อพวกเราก็ตาม ไม่ว่าจะข่มขืน จะถูกเผา แม้กระทั่งอัลกุรอานก็ยังโดนเผา มัสยิดก็โดนเผาเช่นกัน”

“เหตุเกิดเพราะว่า พวกเขาไม่ต้องการเห็นพวกเรา เขาต้องการให้พวกเราเปลี่ยนศาสนา ศาสนาอิสลามพวกเขาไม่ชอบ ซึ่งเราเป็นอิสลาม ในอิสลามมีที่ไหนเล่าให้เปลี่ยนศาสนา เราไม่ต้องการเปลี่ยนเด็ดขาด เราต้องการรักษาอิสลามไว้ และขอตายในอิสลาม ไม่อยากตายในสภาพคนกาเฟร” นายซีราซุลอิสลาม ฮามิด ฮูเซ็น กล่าว

ทางด้านนายมูฮัมหมัดซูเบร ซูมีล ฮูเซ็น เอง ได้เห็นความทรมานของชาวโรฮิงญา ในประเทศพม่าที่ถูกบีบบังคับแค่ไหน เขาได้เห็นทหารพม่าเหยียบย่ำและทำการเผาคัมภีร์อัลกุรอาน

สำหรับชาวโรฮิงญาคนไหนที่ปฏิเสธไม่ทำตามการร้องขอของทหารพม่า พวกเขาจะถูกลงโทษ ถูกเคี่ยนตีและถูกทรมานจนถึงเสียชีวิต

“รัฐบาลไม่ค่อยชอบคนมุสลิม อีกทั้งเรายังเป็นชาวโรฮิงญาอีกด้วยพวกเขายิ่งเกลียดเข้าไปใหญ่ พวกเขาจะขมขื่น จะเข่นฆ่า พวกเขาจะยิงทิ้งตามอำเภอใจ พวกเขาจะเผาบ้านพวกเราพียงเพราะพวกเราเป็นอิสลาม และหากว่าเราไม่ใช่อิสลาม เราได้เปลี่ยนศาสนาเราจะได้ปลอดภัย แต่ว่าเราไม่ต้องการเช่นนั้น เราต้องการตายในสภาพอิสลาม” มูฮัมหมัดซูเบร ซูมีล ฮูเซ็น กล่าว

สถานการณ์ในบางหมู่บ้านในรัฐยะไข่ นับวันยิ่งมีความเดือดดาดนานนับสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ถูกแพร่หลายอย่างกว้างขวาง เช่น การเข่นฆ่าทำลายล้าง และการทรมาน โดยทหารพม่าต่อชาวโรฮิงญา ที่เกิดขึ้นเกือบทุกวัน

ความรุนแรงที่ปะทุขึ้นนั้น ทำให้ชาวโรฮิงญาจำเป็นที่จะต้องหลบหนีหลบซ่อนตัวกลางป่าหรืออพยพหนีเพื่อเอาตัวรอดไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซีย และ ไทย

 

http://www.astroawani.com/berita-dunia/derita-etnik-rohingya-dipaksa-tukar-agama-jika-mahu-selamat-123999