หน้าแรก รายงาน

แผนสันติสุขปี58 สร้างประชาชนเข้มแข็ง

แผนเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปี2558 ที่พล.ท.ปราการ ชลยุทธ แม่ทัพภาคที่ 4 ระบุไว้ในแผนปี 58 คือเน้นในเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชน ทั้งกำลังภาคประชาชนและพี่น้องประชาชนเอง เพื่อให้เกิดความเข้าใจในภาครัฐ การปฏิบัติงานในพื้นที่ก็จะพยายามลดการใช้กำลังทางทหารลงและเพิ่มในส่วนของ กำลังภาคประชาชน

ที่ผ่านมาวันที่ 13 – 15 พ.ย.ทางกอ.รมน. โดยศูนย์ประสานการปฏิบัติการที่ 5 ( ศปป.5 ) จัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัญจรชายแดนใต้ ทำให้มีการพบปะพูดคุยกับพ.อ. ปราโมทย์ พรหมอินทร์ หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า ได้อธิบายให้สื่อมวลชนจากส่วนกลางถึงโครงสร้างและเนื้อหาของแผนเสริมสร้าง สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปี 2558 เพื่อความเข้าใจการทำงานในระยะที่ 3 ระบุว่า

“ตามที่มีความต้องการ อธิบายแผนสันติสุขปี 58 ในภาพรวมนั้น ต้องการที่บรรลุปัญหา ซึ่งในปัจจุบันอยู่ในระยะที่ 2 คือแผนพัฒนาส่งเสริมสันติสุขนั้น ถูกกำหนดมา 3 ระยะ คือระยะที่ 1 เราเรียกว่า ระยะควบคุมสถานการณ์และยุติปัญหา ตั้งแต่เกิดเหตุปล้นปืนเมื่อปี 47 จนมาถึงปี 53 ในส่วนระยะนี้เราใช้กำลังทหาร 22 กองพัน เพื่อเข้ามาควบคุมพื้นที่ หรือเรียกอีกอย่างว่าเป็นระยะห้ามเลือด ในช่วงนั้น กำลังฝ่ายพลเรือน ไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่ได้ งานการพัฒนาเป็นอัมพาต”

ต่อมาในระยะที่ 2 เป็นงานเชิงรุกควบคู่การพัฒนา ตั้งแต่ปี 54 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งในระยะนี้เป็นการมุ่งในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับฝ่ายผลเรือน ให้เข้ามามีบทบาทมากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของการให้นายอำเภอ มีโอกาสเข้ามาดูแลพื้นที่ มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ( ศปป.อำเภอ) นอกจากนี้ก็เป็นในส่วนการเสริมสร้างในภาคประชาชน โดยเป็นเรื่องที่ต่อเนื่องจากเรื่องทุ่งยางแดงโมเดล ในระยะที่ 2 นี้สำหรับเหตุการณ์ที่ทุ่งยางแดง จึงเป็นที่มาของการสร้างความเข้มแข็งให้ภาคประชาชน โดยภาคประชาชนเหล่านี้ เขาคือเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีเงินเดือนทุกคน เป็น ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน นอกจากนี้ยังมีเงินแก้ปัญหาประจำเดือนแต่ละหมู่บ้าน 2 หมื่นบาทในการดูแลความปลอดภัย แต่จากการเกิดเหตุเผาโรงเรียน จะเห็นว่า กำลังเหล่านี้ยังขาดประสิทธิภาพ จึงต้องเพิ่มเป็นทุ่งยางแดง

ถือ เป็นความคาดหวังของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตั้งแต่ท่านเป็นผู้บัญชาการทหารบก คือต้องการให้ต้องการให้ปี 58 เป็นปีที่เปลี่ยนผ่านจากระยะที่ 2 ไปสู่ระยะที่ 3 คือการสร้างสันติสุขและพัฒนาอย่างยั่งยืน หากเราดูชื่อแผนที่มีการกำหนดปีนี้ กับการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระยะที่ 3 เป็นสิ่งเดียวกัน นั่นหมายความว่า ผลลัพท์สุดท้ายคือกำลังภาคประชาชนมีความเข้มแข็ง กำลังฝ่ายพลเรือนเข้มแข็ง สามารถดูแลพื้นที่ได้ นั่นก็คือการบริหารราชการของสามจังหวัดชายแดนใต้กลับเข้าสู่สภาวะปกติ

สำหรับ ในแผนนี้ สามารถอธิบายในภาพกว้างๆ ในส่วนของนโยบายของรัฐ ก็คือนโยบายของเดิมที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ ในการแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ ส่วนสิ่งใหม่ที่กำลังดำเนินการนี้ คือแผนปี58 ที่กำลังพูดถึงอยู่ ในแผนงานตรงนี้ มีกลุ่มงานอยู่ 7 หน่วยงาน เช่นกลุ่มงานรักษาความปลอดภัยและชีวิต ทรัพยสิน ทางกระทรวงกลาโหมเป็นเจ้าภาพหลักเช่นเดิม ในส่วนกลุ่มงานพัฒนาศักยภาพของพื้นที่และคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน กลุ่มงานแสวงหาทางออกจากความขัดแย้ง

ในกลุ่มภารกิจงานตรงนี้ เป็นการปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล มีการนำแผนปี 58 มาใช้ในการปฏิบัติ นอกจากนี้ อีกส่วนที่อยู่ในแผนปี 58คือมีการกำหนดแผนย่อยขึ้นมาเพื่อใช้งาน เรียกว่า แผนงานสำคัญและเร่งด่วน 5 แผนงานหลัก ทางกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้ขับเคลื่อนมาตั้งแต่แรก คือตามแก้ปัญหาที่ต้นน้ำ เพื่อไปสร้างความเข้าใจ โดยเฉพาะใช้เป็นหน่วยเคลื่อน โครงการพาคนกลับบ้าน โครงการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง และมีแผนงานเสริมอีก 2 แผน คือแผนงานข่าวสาร และแผนงานการประชาสัมพันธ์

นี่คือกรอบนโยบายหลักของแผนขับเคลื่อน และพัฒนาฯ ปี 58 สิ่งที่เป็นนโยบายของแม่ทัพภาคที่ 4 จะเป็นนโยบายที่สอดรับกับของทางรัฐบาล และเป็นนโยบายที่เป็นไปตามของพล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบกคือยังใช้การเมือง นำการทหาร และแนวทางสันติวิธีในการแก้ปัญหา ตอนนี้ก็พยายามลดบทบาทในการใช้กำลังทหารในการดูแลพื้นที่ เปลี่ยนมาใช้กำลังทหารมาเดินเข้าไปหาพี่น้องประชาชนในหมู่บ้าน เข้าไปปรับทุกข์ ผูกมิตรกับประชาชนในพื้นที่ ขณะเดียวกันสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคประชาชนในการดูแลพื้นที่

หมายความ ว่าการดูแลประชาชนในพื้นที่ต้องเข้มแข็ง จะไปตัดวงจรของกลุ่มขบวนการที่จะเข้าแทรกแซงในหมู่บ้าน รวมทั้งสิ่งที่กำลังทำอยู่ในช่วงนี้ คือการที่พยายามจะลดการใช้กฏหมายพิเศษที่ใช้ในการจับกุมผู้ก่อเหตุ ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ.กฏอัยการศึก ปี 2497 พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ปี 48 และ พ.ร.ก.ความมั่นคง ปี 51 นโยบายของท่านแม่ทัพคือลดการใช้ ดังนั้นต่อจากนี้ไปการจับกุมผู้กระทำความผิด คือต้องแม่น รู้ตัวชัดเจน แล้วก็ใช้กำลังส่วนน้อยในการไปติดตามจับกุม ส่วนในการจับกุม นับตั้งแต่นี้ไป ก็จะมีทีมที่จะเข้าไปไม่ว่าจะเป็นในส่วนของทางตำรวจ ทหาร แล้วก็ยังจะเพิ่มด้วยพนักงานสอบสวน เพิ่มด้วยเจ้าหน้าที่ด้านนิติวิทยาศาสตร์ ดังนั้นสิ่งที่คาดหวังตอนนี้ก็คือ ต้องการที่จะให้ภาคประชาชนเข้ามาให้มาก มีบทบาทให้มากขึ้น ส่วนทหารก็จะเข้าไปหาพี่น้องในพื้นที่

ในส่วนการพูดคุยเพื่อ สันติสุข ก็อยู่ในส่วนงานหนึ่งที่อยู่ในแผนงานปี 58 ในระดับพื้นที่ขณะนี้ได้เดินหน้าไปไกลแล้ว ตั้งแต่มีนโยบายจากคสช.ได้มีการออกคำสั่งแต่งตั้ง คณะทำงานขึ้นมา ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ฝ่ายกฏหมาย และที่ผ่านมาได้ขับเคลื่อนให้ไปสร้างความเข้าใจกับกลุ่มต่างๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับฟังความคิดเห็น ที่สำคัญที่สุดก็คือในเรื่องการไปพูดคุยกับพูดที่มีความเห็นต่างในระดับ พื้นที่ แต่เป็นเรื่องลับ ซึ่งมีการจัดทีมงานเฉพาะการ มีการติดต่อประสานงาน สื่อสาร สร้างความไว้วางใจต่อกัน ทั้งการติดต่อผ่านพูดนำในพื้นที่ และเจ้าตัวโดยตรง กลุ่มเป้าหมายที่เรากำหนดไว้มี 34 คน สามารถเข้าถึงได้แล้วประมาณครึ่งหนึ่ง

“การคาดหวังในเรื่องของการ พูดคุยเพื่อสันติสุขนั้น ไม่อยากจะให้รีบเร่ง เพราะมีกระบวนการที่เป็นขั้นเป็นตอน มีระยะเวลาตามยุทธศาสตร์ในการพูดคุยของรัฐบาล ต้องสร้างความไว้วางใจ ก่อนที่จะมีความไว้วางใจซึ่งกัน จะต้องมีการติดต่อสื่อสาร สร้างความสัมพันธ์ทั้งทางเปิดและทางลับ ต้องใช้ระยะเวลา เมื่อบรรลุการไว้วางใจกัน ก็จะสู่ระยะที่ 2 คือการลงสัตยาบัน หลังจากนั้นก็ต้องกำหนดโรดแมตสู่สันติภาพร่วมกัน ”

พ.อ. ปราโมทย์ ระบุว่า หากดูบทเรียนจากการสร้างสันติสุขในประเทศต่างๆ เขาใช้เวลานานมาก ไม่ใช่แค่ฮัสซัน ตอบิบ มาคุยแล้วแค่นั้น แต่ทุกคนคาดหวังความสันติสุขในพื้นที่ อยากบอกว่าใจเย็นๆ ตอนนี้รัฐบาลดำเนินการตามขั้นตอนที่วางแผนงานเอาไว้ ในเรื่องของการบูรณาการงานในพื้นที่ ก็เป็นอีกนโยบายหนึ่ง ตอนนี้ก็มีคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไข้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คปต.) ที่มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธาน ก็เป็นกลไกที่สามารถเป็นตัวเชื่อมของระดับนโยบายและระดับพื้นที่เป็นอย่างดี โดยในระดับพื้นที่ขณะนี้ มีความเป็นหนึ่งเดียว

จากก่อนหน้านี้มี แท่งการพัฒนาก็แค่เพียงศอ.บต. มีแท่งความมั่นคงกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และกลไกภาคประชาชน ที่ต่างคนต่างก็แยกกันทำงาน แต่จากการจัดโครงสร้างใหม่ ตอนนี้มีศอ.บต.ส่วนหน้า ขึ้นมาเป็นหนึ่งในโครงสร้างของกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า

สิ่งที่คาดหวังสามารถพัฒนาและสันติสุขได้อย่างยั่งยืนเพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี58