การเจรจาสันติภาพระหว่างรัฐบาลไทยกับกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐ นำโดยขบวนการบีอาร์เอ็นกลุ่มของนายฮัสซัน ตอยิบ ส่อเค้าล่ม หลังจากมีเอกสารคำแถลงอ้างเป็น “สภาปฏิวัติบีอาร์เอ็น” ไม่ส่งตัวแทนเข้าร่วมโต๊ะพูดคุยกับรัฐบาลไทยอีกต่อไป เพราะยังไม่ได้นำข้อเรียกร้องเบื้องต้น 5 ข้อเสนอรัฐสภา และนายกรัฐมนตรีไม่ได้ประกาศให้การพูดคุยสันติภาพเป็น”วาระแห่งชาติ”นั้น ถูกมองจากพล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ว่าเป็นความเคลื่อนไหวปกติของกลุ่มผู้เห็นต่าง จากความขัดแย้งแตกแยกกันภายใน
“เราก็รับฟังสิ่งที่เขาพูดหรือออก แถลงการณ์มา แต่ต้องเข้าใจว่านี่เป็นการสื่อสารโดยไม่ผ่านผู้อำนวยความสะดวกกระบวนการพูด คุยสันติภาพ คือทางการมาเลเซีย ฉะนั้นถือว่าไม่เข้ากติกา เราจึงไม่หยิบมาพิจารณา แค่รับฟังเท่านั้น เพราะกติกาที่เราตกลงกัน คือต้องสื่อสารผ่านผู้อำนวยความสะดวก”
เป็นคำกล่าวจากพล.ท.ภราดร ในฐานะหัวหน้าคณะพูดคุยสันติภาพฝ่ายรัฐบาลไทย ที่ว่าสถานะของเอกสารคำแถลงการณ์ที่อ้างว่ามาจาก”สภาปฏิวัติบีอาร์เอ็น” ทางการไทยแค่รับรู้ และที่ผ่านมาก็ได้ติดต่อประสานงานกับนายฮัสซัน เรื่องกำหนดวันพูดคุยสันติภาพอย่างเป็นทางการครั้งต่อไป แต่ยังไม่ตกผลึกว่าจะเป็นวันใด
ก่อนหน้านี้ นายฮัสซัน ได้เผยแพร่คลิปวีดิโอคำแถลงของตนผ่านเว็บไซต์ YouTube เนื้อหาคล้ายกับในแถลงการณ์ คือเรียกร้องให้รัฐบาลไทยนำข้อเรียกร้องเบื้องต้น 5 ข้อของบีอาร์เอ็นผ่านมติของรัฐสภา แต่พล.ท.ภราดร บอกว่า สถานะของคลิปวีดีโอก็เหมือนกับเอกสารคำแถลงการณ์ คือถือว่าไม่ใช่ข้อเรียกร้องอย่างเป็นทางการ เพราะไม่ได้สื่อสารผ่านผู้อำนวยความสะดวก
“ผมคิดว่าจนถึงขณะนี้ทั้ง สองฝ่ายมีความเห็นตรงกัน คือรัฐบาลเองก็เห็นว่าแนวทางการพูดคุยเป็นแนวทางที่ถูกต้อง และจะแก้ไขปัญหาได้ ทางฝ่ายผู้เห็นต่างจากรัฐก็เช่นกัน และยืนยันในเรื่องนี้ เพียงแต่มีความไม่ลงตัวกันภายใน ทำให้มีการสื่อสารลักษณะนี้ออกมา”
หากถึงที่สุดแล้วบีอาร์เอ็น ส่งเอกสารผ่านผู้อำนวยความสะดวก และเรียกร้องตามที่มีแถลงการณ์หรือเผยแพร่คลิปมาก่อนหน้านี้ รัฐบาลไทยจะปฏิบัติตามหรือนั้น ขึ้นอยู่กับว่าการเสนอมาตามช่องทางที่ตกลงกัน รัฐบาลก็จะนำมาพิจารณา ซึ่งมีกลไกอยู่แล้ว คือ ศูนย์ปฏิบัติการคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปก.กปต.) คงไม่สามารถนำเสนอรัฐสภาได้ทันที เพราะไม่ใช่เรื่องที่ระดับรัฐบาลหรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งจะตัดสินใจได้
เรื่อง นี้พล.ท.ภราดร ระบุว่าการพูดคุยยังเดินหน้าต่อไป อาจจะหยุดชะงักบ้างเป็นเรื่องธรรมดา ถือเป็นภาวะปกติที่เกิดขึ้นระหว่างการพูดคุยที่ย่อมมีการต่อรองหรือมีอะไร ที่ไม่ลงตัวกันบ้างของแต่ละฝ่าย
สำหรับแถลงการณ์ที่อ้างว่าเป็นของ ขบวนการบีอาร์เอ็นนั้น เนื้อหาเป็นภาษาไทย ความยาว 1 หน้ากระดาษเศษ ระบุว่า การพูดคุยสันติภาพจะไม่เกิดขึ้นหากข้อเรียกร้องเบื้องต้น 5 ข้อ ที่บีอาร์เอ็นเสนอไม่ได้รับการยอมรับโดยผ่านมติจากรัฐสภาไทย และบีอาร์เอ็นก็จะไม่ส่งตัวแทนเข้าร่วมการพูดคุยสันติภาพอีก
นอกจากนั้น หากรัฐบาลไทยยังไม่ประกาศให้กระบวนการพูดคุยสันติภาพเป็นวาระแห่งชาติ โดยมีแถลงการณ์อย่างชัดเจนจากนายกรัฐมนตรี ความพยายามของรัฐบาลไทยในเรื่องนี้ก็จะไม่ได้รับความไว้วางใจจากทั้งบีอาร์ เอ็น พูโล และ บีไอพีพี รวมทั้งกลุ่มอื่นๆ
แถลงการณ์ ยังอ้างถึงมติที่ประชุมสภาปฏิวัติของบีอาร์เอ็น ที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ YouTube เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 2556 คลิปการแถลงของคน 3 คน มีหมวกไหมพรมปิดบังใบหน้า ถือปืน สวมเสื้อผ้าสีโทนดำและลายพราง ที่ยืนยันจุดยืนว่าการพูดคุยสันติภาพจะไม่สามารถดำเนินต่อไปได้อีก หากข้อเรียกร้องเบื้องต้น 5 ข้อ ยังไม่ได้ถูกเสนอเพื่อผ่านมติของรัฐสภาไทย ฉะนั้นกิจกรรมทางการเมืองใดๆ ที่ไม่สอดคล้องกับจุดยืนนี้ แม้ดำเนินการภายใต้ชื่อของบีอาร์เอ็น ก็ไม่สามารถกล่าวได้ว่าเป็นการดำเนินการโดยบีอาร์เอ็น
ตอนหนึ่งของ แถลงการณ์ยังอ้างว่า เป้าหมายของบีอาร์เอ็นคือ “ปาตานีเอกราช” และสร้างสันติภาพที่แท้จริง ไม่ใช่สันติภาพภายใต้เงื่อนไขและการยึดครองของจักรวรรดินิยมสยาม แต่การเข้าไปเกี่ยวข้องในกระบวนการพูดคุยสันติภาพเมื่อ 28 ก.พ.2556 มีการลงนามในข้อตกลงริเริ่มกระบวนการพูดคุยสันติภาพ ระหว่าง พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ กับ นายฮัสซัน ตอยิบ แกนนำบีอาร์เอ็น เป็นความจำเป็นทางการเมือง และต่อมาเมื่อ 26 ส.ค.2556 บีอาร์เอ็นจึงเสนอข้อเรียกร้องเบื้องต้น 5 ข้อ เพื่อผลักดันให้กระบวนการเจรจาสันติภาพเกิดขึ้นได้ในที่สุด แต่ก็ไม่ได้รับการตอบสนองจากรัฐบาลไทย
บีอาร์เอ็น ยังย้ำว่า เป้าหมายของการพูดคุยสันติภาพในครั้งนี้ มิใช่เพื่อหวังให้การต่อสู้ด้วยอาวุธเพื่ออุดมการณ์ปลดปล่อยปาตานียุติลง เท่านั้น ทว่ายังต้องรวมถึงการสร้างสันติภาพที่ประกอบด้วยหลักประกันที่ครอบคลุมรอบ ด้าน เพื่อความมีศักดิ์ศรีและการมีคุณภาพชีวิตที่ดีของชาวปาตานี ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของมติสมัชชาแห่งสหประชาชาติที่ 1514 (xv) ลงวันที่ 14 ธ.ค. 1960 ว่าด้วย “การให้เอกราชแก่ดินแดนอาณานิคม”
สำหรับเอกสาร แถลงการณ์ที่อ้างว่าเป็นของบีอาร์เอ็นนั้น ใช้กระดาษที่มีหัวกระดาษเป็นตราสัญลักษณ์บีอาร์เอ็น พร้อมชื่อองค์กรเป็นภาษามาเลย์ ภาษาอังกฤษ และยาวี ส่วนย่อหน้าสุดท้ายเขียนว่า “เอกราช เอกราช เอกราช” แต่ใช้คำลงท้ายว่า “ด้วยความเคารพ” พร้อมลงชื่อ BRN มีตราประทับ แต่ไม่ระบุชื่อบุคคล
อนึ่ง ที่ผ่านมารัฐบาลไทยปฏิเสธที่จะนำ 5 ข้อเรียกร้องของบีอาร์เอ็นเข้าสู่การรับรองของรัฐสภา เพราะเห็นว่ายังไม่ใช่ขั้นตอนที่เหมาะสม โดยรัฐบาลไทยเพียงแต่ทำหนังสือตอบบีอาร์เอ็นเมื่อวันที่ 25 ต.ค. 2556 ว่าได้รับข้อเรียกร้อง 5 ข้อไว้พิจารณาแล้ว และจะพูดคุยกันต่อไป ฉะนั้นหากบีอาร์เอ็นยื่นคำขาดว่าจะไม่มีการเจรจาถ้าทางการไทยไม่ส่งข้อเรียก ร้อง 5 ข้อให้รัฐสภาพิจารณารับรอง ก็มีโอกาสสูงที่กระบวนการพูดคุยสันติภาพอาจต้องสะดุดหยุดลง
การข้าม ขั้นตอนโดยให้รัฐสภารับรองจึงไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะการเจรจายังไม่ได้ตกผลึกของทั้ง 2 ฝ่าย ดังนั้นการเรียกร้องทางฝ่ายบีอาร์เอ็นเป็นการลัดขั้นตอน ต้องการรุกไล่บีบกระบวนการเจรจาสันติภาพ ซึ่งไม่ใช่วีธีการที่ถูกต้อง



