หน้าแรก ข่าวในประเทศ ข่าวชายแดนใต้

สำนักจุฬา-กก.อิสลาม-ญามาอะห์ตับลิฆ ร่วมรับมือไวรัสโควิด-19 ไปในทิศทางเดียวกัน ดีเดย์พรุ่งนี้ 27 มีนา หยุดละหมาดวันศุกร์ (ชั่วคราว)

ประธานคณะกรรมการอิสลาม ปัตตานี ให้สัมภาษณ์สร้างความเข้าใจมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโควิด 19 ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้เพื่อรักษาชีวิตในการทำคุณงามความดีต่อไป ขณะที่ประกาศงดการรวมตัวเพื่อละหมาดประจำวันวันศุกร์ประจำสัปดาห์ของมุสลิม เริ่ม พรุ่งนี้ 27 มีนาคม

โดยวันที่ 25 มีนาคม 2563 นายดือราแม มะมิงจิ ประธานคณะกรรมการอิสลาม ปัตตานี ให้สัมภาษณ์มาตรการการป้องกันโควิด 19 สำหรับพี่น้องมุสลิมในพื้นที่ว่า ทุกศาสนิกวันนี้มีผลกระทบเรื่องวิด 19 กันทุกศาสนา ทุกภาคส่วนพยายามทำงานเชิงรุกเพื่อดูแลและปกป้องประชาชนทุกคน โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งขณะนี้คณะกรรมการอิสลามทุกจังหวัดกำลังรวบรวมข้อมูลในด้านการแก้ไขและป้องกันที่สอดคล้องกับศาสนาของจุฬาราชมนตรี ผนวกกับข้อมูลของสาธารณสุข เพื่อนำไปทำความเข้าใจกับผู้นำชุมชนและอีหม่ามทุกพื้นที่ เพื่อให้เผยแพร่และทำความเข้าใจแก่ลูกบ้านต่อไป

อย่างไรก็ดี “เข้าใจว่า การป้องกันที่ดีที่สุดในตอนนี้คือการไม่รวมตัวกัน ซึ่งเป็นวิธีการแก้ปัญหาที่กระทบกับวิถีในการดำรงชีวิตของทุกคนในการได้ทำสิ่งที่รัก นั่นก็คือการละหมาดยามาอะห์ 5 เวลา และละหมาดวันศุกร์ เนื่องจากจะทำให้เป็นเหตุส่งเสริมให้โรคโควิด 19 ระบาดเร็วยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องงดทำในสิ่งที่รัก เพื่อป้องกันและปกป้องไม่ให้โรคระบาด กระจายสู่พี่น้องคนอื่นๆ เป็นการป้องกันชีวิตเพื่อจะได้ทำสิ่งที่รักในวันต่อๆไป” ประธานคณะกรรมการอิสลามจังหวัดปัตตานี กล่าว

ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี กล่าวอีกว่า ขอทำความเข้าใจแก่พี่น้องเรื่องคำว่า ตาวักกัลอาลัลเลาะห์ มิใช่การมอบหมายความประสงค์แด่อัลเลาะห์โดยที่เราไม่ดำเนินการทำสิ่งใด เช่น หากต้องการร่ำรวยก็ต้องทำงาน เก็บเงิน โดยตั้งจิตมอบหมายความสำเร็จแด่พระองค์ มิใช่ว่า อยากร่ำรวยแต่เพียรดุอาร์อย่างเดียว และเฝ้ารอให้พระองค์ประทาน เช่นเดียวกับการป้องกันโรคโควิด 19 ถ้าไม่อยากติดและเสียชีวิตจากโรคก็ต้องทำตามมาตรการต่างๆอย่างเคร่งครัด มิใช่เพียรดุอาร์แต่ไม่ป้องกัน ทั้งนี้เราต้องป้องกันตนเองให้ถึงที่สุดก่อน แต่ถ้าสิ่งใดจะเกิดก็ให้เป็นความประสงค์ของพระองค์ เพื่อรักษาชีวิตเพื่อในสิ่งรักต่อไป

ทั้งนี้การให้สัมภาษณ์ของนายดือราแม มะมิงจิ เป็นการสอดรับที่ได้มีประกาศจากสำนักจุฬาราชมนตรีไปก่อนหน้านี้แล้วว่าให้มีการงดละหมาดวันศุกร์ที่มัสยิด ซึ่งเป็นละหมาดที่มีจะมีการรวมตัวกันประจำสัปดาห์ แล้วเปลี่ยนให้ละหมาดดุห์รีซึ่งเป็นละหมาดปกติที่บ้านแทน โดยเริ่มพรุ่งนี้ (27 มีนาคม) แล้วจะมีการประกาศเปลี่ยนแปลงอีกครั้งขึ้นอยู่กับการประเมินสถานการณ์อีกครั้ง

เช่นเดียวกับการประกาศจากกลุ่มญามาอะห์ตับลิฆ กลุ่มมุสลิมที่เดินทางเผยแพร่ศาสนาอิสลามและขัดเกลาตนเองก็มีมาตรการยกเลิกกิจกรรมการรวมกลุ่มทำกิจกรรมทางศาสนาทั้งในประต่างประเทศเป็นการชั่วคราว

อย่างไรก็ตามมาตรการเหล่านี้ นับเป็นการร่วมมือของกลุ่มมุสลิมในแวดวงต่างๆ ซึ่งก่อนหน้านี้ดูเหมือนจะไปคนละทิศทาง แต่ด้วยสถานกาณ์การแพร่ระเบิดของไวรัสโควิด-19 รุนแรงมากยิ่งขึ้น ทำให้มีการจับมือร่วมกันของทุกฝ่ายในแวดวงเริ่มไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งนี้จะมีมาตรการอื่นๆ ตามมาเป็นระยะๆ และจะมีประกาศโดยสำนักจุฬาราชมนตรีต่อไป