หน้าแรก รายงาน

ประชาชนนับพัน ร่วมงานสิทธิมนุษย ณ ชายแดนใต้ ภรรยาอับดุลลายิ ขึ้นเวทีสาธารณะครั้งแรก

ทุกๆวันที่ 10 ธันวาคม ของทุกๆปี นอกจากจะตรงกับวันรัฐธรรมนูญของไทยแล้ว ก็ตรงกับวันสิทธิมนุษยชนสากลด้วยเช่นกัน ทั้งนี้มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจจากภาคประชาชนในพื้นที่ จังหวัดชายแดนใต้ โดยมีการจัดเวทีสาธารณะภายใต้ หัวข้อ วันสิทธิมนุษยชน “เข้าใจปาตานี เข้าใจสิทธิมนุษยชน” ณ สำนักงานอธิการบดี ม,อ.ปัตตานี จัดโดยเครือข่ายภาคประชาสังคมเพื่อสันติภาพ (คปส.) โดยมีประชาชนทั่วไปร่วมนับ 1,000 คน

คอยรุดดีนย์ ดือเระ ประธานศูนย์วัฒนธรรมสลาตัน (BUMI) และเป็นประธานในการจัดโครงการ ให้สัมภาษณ์ว่า สืบเนื่องวันที่ 10 ธันวาคม ของทุกๆปีเป็นวันรัฐธรรมนูญของไทย และเป็นวันสิทธิมนุษยชนสากล ดังนั้นทางเครือข่ายประชาสังคมเพื่อสันติภาพ (คปส.)เล็งเห็นความสำคัญในเรื่องสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ปาตานี ชายแดนใต้ก็เลยมีมติว่าควรจัดงานขึ้นมา

คอยรุดดีนย์ ดือเระ
คอยรุดดีนย์ ดือเระ

“ทั้งนี้มีองค์กรร่วมจัดจำนวน 19 องค์กรซึ่งทำประเด็นหลากหลายไม่ว่าจะเป็นประเด็นการศึกษา วัฒนธรรม สิทธิ มนุษยชน ประเด็นเด็กและประเด็นผู้หญิง ซึ่งบรรยากาศโดยภาพรวมแล้วค่อนข้างจะคึกคักเพราะผู้เข้าร่วมมาจากกลุ่มเป้าหมายที่เครือข่ายภาคประชาสังคมเพื่อสันติภาพมาร่วมเป็นจำนวนมาก โดยรวมแล้วดูจากใบลงทะเบียนมีเกือบ 1,000 คน ซึ่งผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่จะเป็นชาวบ้านในพื้นที่ ยะลา นราธิวาส ปัตตานี และ สงขลา มีทั้งคนพุทธและคนมุสลิมในพื้นที่”

“งานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ ให้ความเข้าใจเรื่องสิทธิมนุษยชนและกลไกระหว่างประเทศ รวมไปถึงสร้างความตระหนักเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ ซึ่งทุกคน ทุกภาคส่วนต้องมีส่วนร่วมในการผลักดันให้การละเมิดสิทธิมนุษยชนในพื้นที่หมดไป หรือ ลดน้อยลงมากที่สุด นอกจากนี้เป็นการรวมตัวขององค์กรภาคประชาสังคมเพื่อกำหนดวะร่วม ให้งานในครั้งนี้มีบทบาทสร้างประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่ไปใช้ประโยชน์ได้และสื่อสารในชุมชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเนื้อหาสาระในงานครั้งนี้มีมุมมอง บทเรียน ที่มาจากภาคประชาชน นักวิชาการ และชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบ ร่วมสะท้อนและแลกเปลี่ยนความเห็นเพื่อหาแนวทางในการป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชน”
สำหรับภาพรวมของงานในภาคเช้า มีการเสวนาพูดคุยในเรื่อง “ความสำคัญของสิทธิมนุษยชนในหลักการอิสลาม”

โดยตัวแทนนักวิชาการด้านศาสนา ต่อด้วย เสวนาว่าด้วยเรื่อง หลักการและกลไกด้านสิทธิมนุษยชน ปัญหาการละเมิดสิทธิในพื้นที่ความขัดแย้ง และกลไกระหว่างประเทศว่าด้วยเรื่องสิทธิมนุษยชน โดยนักสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ อัญชนา หีมมินา ประธานกลุ่มด้วยใจ ก่อนจะไปถึช่วงบ่ายมีเวทีอภิปราย หัวข้อ “สะท้อนมุมมองและมาตรการการป้องกันการปกป้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในปาตานี” โดยตัวแทนจากกลุ่มสตรี กลุ่มเยาวชน กลุ่มชาวพุทธ และชาวมลายูมุสลิมในพื้นที่

ขณะที่ไฮไลท์ของานคือ การขึ้นเวทีสาธารณะครั้งแรกของ นางกูรอสเมาะ ตูแวบือซา ภรรยาอับดุลลายิ ดอเลาะผู้ต้องสังสัยคดีความมั่นคงตายปริศนาในค่ายอิงคยุทธ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ที่ผ่านมาจนนำเป็นที่สนใจของสาธารณะ
เนื้อหาส่วนใหญ่นางกูรอสมาได้พูดถึงภาพรวมของสถานการณ์ ความคืบหน้าการติดตามการเสียชีวิตของสามี โดยเฉพาะการแต่งตั้งคณะกรรมตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยกล่าวว่า ไม่ค่อยเชื่อใจการแต่งตั้งคณะกรรมชุดนี้ เพราะที่ผ่านมาก็มีการตั้งคณะกรรมการกรณีอื่นแต่ก็ไม่สามารถหาข้อสรุปที่ชัดเจนได้และมักจะจบด้วยการจ่ายเงินค่าเยียวยา

“ตัวเองจะสู้เรื่องนี้ให้ถึงที่สุด ส่วนตัวอย่างให้ศูนย์ทนายความมุสลิมและองค์กรระหว่างประเทศเข้ามามีบทบาทในเรื่องนี้ด้วย ซึ่งตรงนี้พอที่จะทำให้พอวางใจได้ และที่สำคัญหากทางเจ้าหน้าที่มีปัญหา สงสัยอะไร ไม่ต้องไม่ติดต่อผ่านญาติ ผ่านคนอื่น สามารถผ่านตัวเองได้โดยตรง”

อดิลัน อาลีอิสเฮาะ
อดิลัน อาลีอิสเฮาะ

สำหรับผลสะท้อนของงาน อดิลัน อาลีอิสเฮาะ ประธานศูนย์ทนายความมุสลิมสำนักงานยะลา กล่าวถึงกิจกรรมในครั้งนี้ว่า เราต้องยอมรับว่าเป็นอีกมิติหนึ่งที่บ่งชี้ถึงความกล้าหาญของคนมลายูปาตานี ที่จะออกมารวมกันแสดงพลังเพื่อสื่อสารสาธารณะโดยใช้วันที่สากลให้ความสำคัญในเรื่องสิทธิมนุษยชน

“งานวันนี้ชี้ให้เห็นว่าประชาชนมลายูปาตานียังคงให้ความสำคัญต่อเรื่องสิทธิมนุษยชน ยังคงให้เกิดการเรียกร้อง การคำนึงต่อเรื่องเสรีภาพ ต่อเรื่องศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์เท่ากัน คำนึงถึงความเป็นชนชาติมลายูในพื้นที่ งานวันนี้เป็นการให้พื้นที่ให้ชาวบ้านมีโอกาสได้นำเสนอข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในหมู่บ้าน ขณะเดียวกันก็เป็นพื้นที่ให้ตัวแทนองค์กรจากประชาสังคมนำเสนอประเด็น ข้อมูลต่อประชาชนที่มาร่วม ว่ายังคงมีความขัดแย้ง ยังคงมีความไม่สมบูรณ์เรื่องการอำนวยการความยุติธรรม ไม่สมบูรณ์ในเรื่องการดูแลสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ของคนในพื้นที่

อดิลัน ยังกล่าวอีกว่า ฐานะที่เป็นนักกฎหมายจึงอยากขอวิงวอนรัฐเองจะต้องให้ความสำคัญ ตระหนักในการคุ้มครองสิทธิ ตระหนักในการอำนวยความยุติธรรมต่อชาวบ้านมลายูปาตานี

“ในฐานนะคนมลายูปาตานีคนหนึ่งก็ยังเชื่อว่าถ้ารัฐให้ความจริงใจในการแก้ปัญหา จริงใจในการบังคับใช้กฎหมายโดยสุจริต ผมก็เชื่อว่าพื้นที่ก็สามารถกลับมาสู่สันติภาพ อีกประเด็นคือ เราคิดว่าถ้ารัฐเองยังพยายามทำงานที่จะสวนทางกันกับสิ่งที่เคยพูดออกมาไม่ว่าจะเป็นกระบวนการพูดคุยสันติภาพก็ดี แต่วิธีการปฎิบัติของเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในพื้นที่สวนทางกัน ยังมองว่าสิ่งที่อยากให้เกิดขึ้น สิ่งที่เรียกว่าสันติภาพ ก็คงยังอีกยาวไกล” นักกฎหมายจากศูนย์ทนายความมุสลิม กล่าว

อนึ่ง ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ข้อ 1 ระบุว่ามนุษย์ทั้งหลายเกิดมาอิสรเสรีเท่าเทียมกันทั้งศักดิ์ศรีและสิทธิของทุกคน และควรปฎิบัติต่อกันอย่างฉันท์พี่น้อง ซึ่งกฎหมายไทยได้มีมาตรการในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของปัจเจกชนในรูปแบบต่างๆ มานานและประเทศไทยได้ให้ความเห็นชอบกับปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ หลังจากนั้นประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีสนทธิสัญญาด้านสิทธิมนุษยชนอีกหลายฉบับด้วยกัน เช่น อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฎิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ เป็นต้น

IMG_0323 IMG_0327 IMG_0332 ภาพงาน 2