Hotline News »

ฟาตอนีออนไลน์ เปิดเวทีสาธารณะ รับข้อเขียนจากผู้อ่านทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นจากมืออาชีพหรือสมัครเล่น ทุกแนวข้อเขียน ทุกเรื่องที่ได้รับการพิจารณาจากกองบรรณาธิการนำลงเผยแพร่ มีค่าเรื่องตอบแทน 500-800 บาท ผู้สนใจ สามารถส่งงานมาได้ที่อีเมล์ fatonionline@yahoo.com อ่านความจริง!! คลิ๊กฟาตอนีออนไลน์ เว็บไซต์ข่าวออนไลน์ เกาะติดสถานการณ์ชายแดนใต้ และโลกมุสลิม

อีกด้านของชีวิตชาวปาเลสไตน์

 

ตาลาล ชรีม นักโทษชาวปาเลสไตน์ที่ถูกเนรเทศ และครอบครัวของเขา เล่าถึงความยากลำบากที่พวกเขาต้องพบขณะตกอยู่ในมือของฝ่ายอิสราเอล

 

(ภาพตาลาล ชรีม กลับมาอยู่กับแม่ของเขาอีกครั้งหลังจากติดคุกในอิสราเอลนาน 10 ปี

 

 

fatoni online : Thursday ,  22 Dec 2011
สารคดีต่างประเทศ
แปลเรียบเรียง : โต๊ะข่าวต่างประเทศ

 

 

 

ตาลาล ชรีม ไม่อาจหยุดยิ้มได้ขณะที่เขานั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นห้องใหม่ในกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ในที่สุด เขาก็ได้อยู่รายล้อมด้วยครอบครัวของเขาหลังจากใช้เวลาถึง 10 ปี ในคุกอิสราเอล

 

ไม่ถึง 24 ชั่วโมงก่อนหน้านี้ เขาได้กอดตัสนีม ลูกสาววัย 10 ขวบของเขาเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ถูกจับกุม เขาได้แต่เฝ้าดูการเจริญเติบโตของเธอผ่านทางหน้าต่างกระจกระหว่างการมาเยี่ยมครั้งละ 45 นาที นานๆ สักครั้ง

 

สองเดือนที่แล้ว ชาวปาเลสไตน์ 477 คน ได้รับการปล่อยตัวจากคุกอิสราเอลเนื่องจากการแลกเปลี่ยนตัวนักโทษที่ตกลงกันระหว่างฮามาสและอิสราเอล ซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนตัวนักโทษชาวปาเลสไตน์ 1,027 คน กับทหารอิสราเอลหนึ่งคนที่ถูกจับอยู่ในกาซ่าตั้งแต่ปี 2006 และเมื่อวันอาทิตย์ คาดว่าอิสราเอลได้ปล่อยตัวชาวปาเลสไตน์ที่เหลืออีก 550 คนเพื่อทำตามข้อตกลง

 

ชรีมเป็นหนึ่งในจำนวนนักโทษ 40 คน ที่ถูกเนรเทศจากดินแดนที่ถูกยึดครองในการแลกเปลี่ยนตัวรอบแรก เป็นเงื่อนไขที่อิสราเอลตั้งขึ้นสำหรับผู้ที่พวกเขาเห็นว่าเป็นภัยต่อความมั่นคง เขาถูกตั้งข้อหาว่าเป็นสมาชิกของฝ่ายการเมืองของฮามาส และถูกตัดสินจำคุก 22 ปี

 

 

สิทธิการเข้าเยี่ยม

 

อิสราเอลทำการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานและอนุสัญญาระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่องโดยการขัดขวางไม่ให้สมาชิกครอบครัวเข้าเยี่ยมนักโทษ

 

ตามข้อมูลที่เผยแพร่ในปี 2006 ของกลุ่มสุทธิ์ B’Tselem ระบุว่า “นโยบายที่ไม่ได้สัดส่วนและไร้มาตรฐานของอิสราเอลไม่เพียงแต่ละเมิดสิทธิ์ในการเยี่ยมของครอบครัวเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้เห็นในการละเมิดสิทธิ์และหลักการมนุษยธรรมระหว่างประเทศและกฎหมายว่าด้วยสิทธิมนุษยชนอื่นๆ อีกด้วย รวมทั้งกฎหมายภายในประเทศของอิสราเอลเอง”

 

Addameer องค์กรสิทธิมนุษยชนแห่งหนึ่งที่ได้เน้นศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนักโทษชาวปาเลสไตน์ระบุว่า อิสราเอล “กระทำการลงโทษแบบเหมารวมต่อครอบครัวของชาวปาเลสไตน์ที่มาเยี่ยมลูกหลานชายหญิงของพวกเขาในคุกของอิสราเอล” โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้วยการย้ายนักโทษจากดินแดนยึดครองเข้าไปอยู่ที่คุกภายในอิสราเอล

 

“เนื่องจากการปิดการเข้าและออกที่ใช้กับดินแดนยึดครองของชาวปาเลสไตน์ ครอบครัวของชาวปาเลสไตน์จะต้องได้รับอนุญาตในการเข้าเยี่ยมนักโทษภายในอิสราเอล การอนุญาตนั้นถูกยกเลิกไประหว่างวิกฤติทางการเมือง ประชาชนจำนวนมากไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าเยี่ยมเนื่องจากเป็นภัยต่อความมั่นคง” องค์การดังกล่าวระบุ

 

“เมื่อตาลาลไม่อยู่ แม่ก็ต้องแบกรับภาระหนัก ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงดูเด็กๆ การหาเงินมาให้พวกเขา และอีกหลายอย่าง” อุม มุตาซิม ภรรยาของชรีมบอกกับอัล-จาซีร่า “ฉันถูกห้ามไม่ให้เยี่ยมสามีของฉันเนื่องจากเหตุผลด้านความมั่นคง ฉันเคยได้รับอนุญาตให้พบเขาครั้งหนึ่ง มากที่สุดปีละสองครั้ง”

 

ชรีมอธิบายว่า การเข้าเยี่ยมเป็นเพียงเทคนิคทางการพูดว่าอนุญาตให้เยี่ยมทุกสองสัปดาห์ แต่ในความเป็นจริงแตกต่างกันมาก “ลูกสาวของผมได้รับอนุญาตให้เยี่ยมทุกสองสปัดาห์ตราบใดที่พวกเขาอายุไม่ถึง 16 ปี” เขากล่าว “หลังจาก 16 ปี มันยากขึ้นมาก คนเป็นภรรยา ไม่เพียงแต่ภรรยาของผม แต่ภรรยาส่วนใหญ่ได้รับอนุญาตให้เข้าเยี่ยมยากมาก”

 

การเดินทางในการไปเยี่ยมก็ยากลำบาก พวกเขาต้องใช้เวลาเดินทางไปกลับจากเวสต์แบงก์ถึง 15 ชั่วโมง ซึ่งต้องผ่านจุดตรวจของอิสราเอล การตรวจค้นเพื่อความปลอดภัย และการถ่วงเวลา

 

การไปเยี่ยมสมาชิกของครอบครัวได้กลายเป็นวิถีชีวิตอย่างหนึ่งสำหรับเด็กสาวเหล่านี้ ทุกสุดสัปดาห์พวกเธอจะใช้เวลาไปกับการพยายามเพื่อไปเยี่ยมใครคนหนึ่ง เนื่องจากพี่ชายทั้งสามคนของพวกเธออยู่ในคุก รวมทั้งพ่อของพวกเธอด้วย

 

“เราจะไปเยี่ยมพ่อของเราครั้งหนึ่ง จากนั้นก็จะไปเยี่ยมพี่ชายในสัปดาห์ต่อไป เราจึงต้องเลือกว่าเราจะไปเยี่ยมใคร บางครั้งเราจะแยกกัน พวกเราบางคนจะไปเยี่ยมพี่ชาย และอีกบางคนจะไปเยี่ยมพ่อ” ดุอา ลูกสาววัย 19 ปี ของชรีมเล่าให้ฟัง “การเดินทางยากลำบากมาก มีการตรวจค้นมากมาย, มีด่านให้หยุดหลายด่าน และมีการสอบสวนด้วย”

 

“ผมถูกกล่าวหาว่าเป็นสมาชิกของฮามาส แต่เป็นเพราะพ่อของผมเป็น” มุฮัมมัด ลูกวัยวัย 25 ปีของเขาบอกกับอัล-จาซีร่า พลางยักไหล่และถอนหายใจเมื่อถูกถามว่าทำไมเขาจึงถูกจับ “เรารู้กันดีว่านั่นมันเป็นเพราะพ่อของเราเป็นใคร และเพราะเราเคร่งครัดศาสนา เราจึงถูกจับ”

 

สำหรับดุอา สิ่งที่ส่งผลกระทบรุนแรงกว่าก็คือการที่พวกผู้หญิงต้องปกป้องตัวเอง “ส่วนที่ยากลำบากที่สุดจากการที่พ่อของฉันอยู่ในคุกก็คือแม่ของฉันต้องอยู่ตัวคนเดียว ต้องหาเลี้ยงลูกตามลำพัง และต้องดูแลเราตามลำพัง” เธอกล่าว “เมื่อพี่ชายของฉันต้องติดคุกด้วย เราก็ต้องหาทางจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ จ่ายค่าเล่าเรียน เมื่อเป็นผู้หญิง มันจึงยากมากเพราะเราไม่มีใครที่จะปกป้องเราหรือยืนเคียงข้างเรา มันอ้างว้างมาก”

 

(ภาพ) ตาลาล ชรีม ได้กอดตัสนีม ลูกสาวของเขาเป็นครั้งแรก

 

 

“หมาพวกนั้นทำให้ฉันกลัว”

 

แม่ของชรีม อุม ตาลาล หญิงชราตัวเล็กๆ เล่าให้ฟังถึงเหตุการณ์น่ากลัวที่เธอต้องพบเมื่อไปเยี่ยมลูกชายของเธอ

 

ขณะที่พวกเขากำลังเข้าไปใกล้เรือนจำ เจ้หน้าที่เรือนจำบังคับให้เธอเข้าไปในห้องห้องหนึ่ง “ฉันเข้าไป มันน่ากลัว” เธอเล่าให้ฟังพลางขยับลูกตัสบีฮ์ในมือ

 

“หมาพวกนั้นทำให้ฉันกลัว” เธอพูดถึงเจ้าหน้าที่อิสราเอล และบอกว่าความกลัวนั้นทำให้เธอตื่นตลอดคืนก่อนที่จะไปเยี่ยมลูกที่เรือนจำ

 

เธอนั่งในห้องนั้นเป็นเวลานาน แต่ไม่มีใครเข้ามาพูดกับเธอ ในที่สุดทุกคนก็ออกไป ทิ้งเธอไว้คนเดียว “ฉันเริ่มร้องเรียกและหวีดร้อง ถามว่าพวกเขาต้องการอะไรจากฉัน” ในที่สุดผู้คุมหญิงคนหนึ่งก็มาที่หน้าต่างแล้วสั่งให้เธอเข้าไปในอีกห้องหนึ่ง “แล้วเธอก็ถอดเสื้อผ้าฉัน ถามว่าฉันมีระเบิดหรือเปล่า พวกเขาถอดเสื้อผ้าฉันจนหมด”

 

จากนั้นเจ้าหน้าที่คนนั้นก็สั่งให้เธอสวมเสื้อผ้ากลับแล้วให้เธอออกไป “ที่ประตูทางเข้าเรือนจำ พวกเขาก็ค้นตัวฉันอีกครั้ง” อุม ตาลาล กล่าว

 

“พวกเขาทำให้ฉันกลัวมาก แต่ฉันก็ไม่เลิกไป”

 

ความยากลำบากนั้นส่งผลตามมาในภายหลัง ไม่เพียงแต่กับอุมตาลาลเท่านั้น แต่กับลูกชายของเธอด้วยเช่นกัน เมื่อเขารู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับแม่ของเขา ชรีมโกรธมาก เขาเล่าให้นักโทษคนอื่นๆ ฟัง ซึ่งพวกเขาก็แสดงความโกรธออกมาด้วย

 

“ผมถูกกล่าวหาว่าสร้างความวุ่นวาย และถูกส่งไปแดนขังเดี่ยวเป็นเวลาหกปี” เขากล่าว

 

แดนขังเดี่ยวประกอบไปด้วยห้องที่มีขนาด 3 x 1.5 เมตร อยู่ร่วมกับนักโทษอีกคนหนึ่ง และจะไม่ได้รับการติดต่อกับนักโทษคนอื่นๆ นอกจากนักโทษที่อยู่ในแดนเดียวกันระหว่างช่วงเวลาออกกำลังกายประจำวันเท่านั้น

 

แดนขังเดี่ยวนี้ถูกออกแบบมาเพื่อตัดขาดนักโทษออกจากนักโทษคนอื่นๆ ดังนั้น เกือบตลอดทั้งวัน และทุกๆ วันชรีมจึงอยู่กับเพื่อนร่วมห้องขังของเขาเท่านั้น

 

“มันแทบจะไม่มีที่ยืน ในแดนขังเดี่ยวคุณจะไม่ได้เจอกับลูกๆ” ชรีมกล่าว “ทั้งหมดนั้นเป็นเพราะว่าผมไม่พอใจกับวิธีที่พวกเขาปฏิบัติกับแม่ชราของผม”

 

 

ชีวิตที่ต้องหลบหนี

 

ก่อนหน้าที่เขาจะถูกจับกุม ชรีมถูกบีบให้ต้องหลบซ่อน ระหว่างปี 1988 ถึง 2001 เขาไม่เคยได้ออกจากห้องขังนานเกินสองสามเดือน และแม้เมื่อเขาได้รับการปล่อยตัว เขายังต้อง “อยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ” สำหรับครอบครัวของเขา ช่วงที่เขาต้องหลบหนีนั้นยากลำบากกว่าการใช้ชีวิตเมื่อตอนที่เขาอยู่ในคุก

 

“ตอนที่เขาต้องหลบซ่อนนั้น พวกอิสราเอลจะมาที่บ้านของเราตลอดเวลา” อุม ตาลาล เล่าให้ฟัง “พวกทหารจะเข้ามา ค้นบ้านจนทั่วทุกมุม ทุบทำลายข้าวของ จับทุกคนในบ้านมารวมกัน มันน่ากลัวมาก”

 

“ฉันจะบอกให้นะ คุกมันยังง่ายสำหรับเรามากกว่าที่เขาอยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ” เธอยืนยัน

 

“ตอนที่เขาหลบหนี เราลำบากกันมาก เพราะเป็นพี่ชาย เป็นผู้ชายของบ้าน” มุฮัมมัดเล่าถึงการที่พวกเขาต้องรับบทบาทและหน้าที่ของพ่อ “ถ้ามีบางอย่างเกิดขึ้นที่บ้านที่เขาอยากจะรู้ ในฐานะลูกชาย มันเป็นสัญชาตญาณที่เราต้องหาพ่อของเราแล้วบอกให้ท่านรู้ นั่นมันเป็นไปไม่ได้”

 

ไม่มีวิธีใดที่จะติดต่อกับพ่อของพวกเขาด้วยเช่นกัน เพราะพวกเขาไม่เคยรู้เลยว่าเขาอยู่ที่ไหน เหตุผลเบื้องหลังของเรื่องนี้ก็คือ ยิ่งพวกเขารู้เกี่ยวกับพ่อของพวกเขาน้อยเท่าไหร่ พวกเขาก็จะถูกบังคับให้เปิดเผยได้น้อยเท่านั้น

 

“แน่นอน เวลาที่ทหารอิสราเอลบุกค้นบ้าน พวกเขาจะพยายามหาข้อมูลของพ่อจากเรา แต่เพราะเราไม่มีข้อมูลอะไรพวกเขาจึงไม่มีประโยชน์อะไรสำหรับพวกเขา” มุฮัมมัดกล่าว “ถึงตอนที่เรายังเล็กกว่านี้แล้วหวาดกลัว พวกเขาก็จะทุบตีเรา ผมไม่สามารถบอกพวกเขาได้ว่าพ่อของผมอยู่ที่ไหน เพราะผมไม่รู้จริงๆ”

 

“โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราเป็นเด็ก ข้อมูลใดๆ ก็ตามอาจจะมีประโยชน์กับพวกเขาได้โดยที่เราไม่รู้”

 

สำหรับชรีม ความยากลำบากที่เขาและครอบครัวต้องพบเจอไม่ใช่เรื่องผิดปกติในดินแดนยึดครองแห่งนี้ “ชีวิตของเราเป็นเพียงแค่วัตจักรเล็กๆ ของความยากลำบากที่ชาวปาเลสไตน์ทั้งหมดต้องทนทุกข์” เขากล่าว

 

 

เขียนโดย นูร ซามาฮา และมุฮัมมัด อัลซาฟีน

ที่มา : อัลจาซีรา

 


บทบรรณาธิการ »

บทความ »

เรื่องของ อันวาร์ ... เมื่ออิสรภาพถูกกักขัง

“เราไม่ได้อยู่ฝ่ายขบวนการ เรานำเสนอความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ ของคนที่ไม่สามารถติ..

สันติภาพชายแดนใต้จะเกิดขึ้นได้.....ต้องเข้าใจ

พลันที่รัฐบาลเริ่มมีการพูดคุยสันติภาพ (d..

คนแรกที่เสนอรัฐพูดคุยกับผู้เห็นต่างเมื่อปี 47

หลังเหตุการณ์กรือเซะเมื่อห้าปีที่ผ่านมาผ..

ประชาชน(จะ)อยู่ตรงไหนในกระบวนการพูดคุยสันติภาพ ?

สำคัญตรงที่ประโยคข้างต้น บ่งชัดถึงกระบวน..

จาก16 ศพ ถึงการ “peace dialogue” รัฐบาลไทย – BRN (ตอนที่๓)

ผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าร่วมเวทีเสวนามากมา..

จาก16 ศพ ถึงการ “peace dialogue” รัฐบาลไทย – BRN(ตอนที่๒)

27 ก.พ.56 ผู้เขียนได้เข้าร่วมเสวนายุทธ์ศ..

จาก16 ศพ ถึงการ peace dialogue รัฐบาลไทย – BRN ที่มาเลเซีย (ตอนที่๑)

สืบเนื่องจากกรณีกองกำลังนอกกฎหมายประมาณ ..

English Corner »

เรียนภาษาอังกฤษจากข่าว (30) : All about fighting

เรียนภาษาอังกฤษจากข่าว โดย อ.ภัทร ศรีสุโ..

เรียนภาษาอังกฤษจากข่าว (29) : Gaga 'enjoys' transvestite cabaret

เรียนภาษาอังกฤษจากข่าว โดย อ.ภัทร ศรีสุโ..

Fatoni web tv »

คลิปยิงถล่มทหาร ฉก.ปัตตานี เสียชีวิต 4 นาย ภาพจับได้ชัด

โจรใต้ยิงถล่มทหาร ฉก.ปัตตานี เสียชีวิต 4 นาย ภาพจับได้ชัด (ชมคลิป)

เกมการเมืองสหรัฐฯ-อิหร่าน เบื้องหลังเหตุระเบิดในไทย

นักวิชาการให้ความเห็นว่าเหตุระเบิดที่ซอย..

ทำไม ? ไทยตกเป็นเป้าหมายการก่อการร้ายสากล

รายการ Hot Topic ร่วมพูดคุยกับรศ.ดร.จรั..

5 อันดับข่าวยอดนิยม »

‘กระทรวงรถไฟ’ ความน่าจะเป็น...จากที่เห็นและเป็นอยู่

หากจะพูดถึง ‘รถไฟไทย’ แน่นอนว่าหลายคนคงมองว่าเป็นขนส่งมวลชนที่ไม่มีคุณภาพ หากเป็..

เรียนภาษาอังกฤษจากข่าว (21) : PM to attend Asean Summit in Phnom Penh

เรียนภาษาอังกฤษจากข่าว - โดย อ.ภัทร ศรีสุโข

ประวัติการใช้ ผ้าคลุมผม และ หมวกกปิเยาะห์ ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

การแต่งกายของชาวไทยมุสลิมในภูมิภาคนี้รับรูปแบบมาจากวัฒนธรรมของศาสนาฮินดูและศาสนา..

ถอดรหัสดาวินชี พบสัตว์ลึกลับในภาพวาดโมนาลิซา

ศิลปินคนหนึ่งในนิวยอร์คได้ค้นพบภาพหลายชุดที่ซ่อนอยู่ในผลงานชิ้นเอกของ ลีโอนาโด ด..

‘ซิมซิมิ’ แอพเกรียนขั้นเทพ ยิ่งด่ายิ่งดัง!

‘ซิมซิมิ’ (SimSimi) แอพพลิเคชั่นสำหรับ ‘แชท’ สัญชาติเกาหลี ซึ่งตอนนี้ยิ่งดังหน..